10 เครื่องฟอกอากาศ ยี่ห้อไหนดี ดีไซน์สวย ทำงานเงียบ ได้อากาศบริสุทธิ์ ปี 2023

เครื่องฟอกอากาศ ยี่ห้อไหนดี

สวัสดีครับเพื่อน ๆ ในทุก ๆ วัน ที่เราต้องออกไปทำธุระนอกบ้าน เราต้องพบกับมลภาวะทางอากาศต่าง ๆ ที่ส่งผลต่อสุขภาพ แม้แต่ในบ้านของเราเองก็มีเหมือนกัน สิ่งที่ช่วยแก้ปัญหานี้ได้ คือ เครื่องฟอกอากาศ ครับ

สภาพอากาศบ้านเรานั้น ค่อนข้างที่จะมีมลพิษเยอะ ภายนอกบ้านก็จะมี ฝุ่นละอองต่าง ๆ ฝุ่น PM 2.5 ควันพิษจากท่อไอเสียรถ ทั้งหมดนี้ เป็นมลภาวะที่เราหลีกเลี่ยงไม่ได้เลยก็ว่าได้ เพราะในแต่ละวัน

เราเองก็จะต้องออกไปทำงานนอกบ้าน ลูก ๆ ก็ต้องออกไปเรียนหนัง แน่นอนว่าก็ต้องเดินทางฝ่ามลภาวะต่าง ๆ ออกไป แม้แต่ในบ้านก็เช่นเดียวกัน อาจจะมีฝุ่นละออง กลิ่นที่ไม่พึงประสงค์ต่าง ๆ ภายในบ้าน

แต่ปัญหาต่าง ๆ เหล่านี้จะหมดไป ถ้าเรามีผู้ช่วยที่ดี นั่นก็คือ เครื่องฟอกอากาศ ครับ สำหรับเครื่องฟอกอากาศนี้ จะทำหหน้าที่ดังจับฝุ่นละอองต่าง ๆ ดักจับเชื้อโรคอีกหลากหลายชนิด และช่วยให้อากาศสะอาด

สามารถสูดลมหายใจได้เต็มปอด และไม่ทำลายสุขภาพอีกด้วย เมื่ออากาศภายในบ้านมีความบริสุทธิ์ ก็จะทำให้การพักผ่อนของเราสบาย และมีความผ่อนคลายหายเหนื่อยมากยิ่งขึ้นครับ ทีนี้เมื่อเราเหนื่อยจากการทำงาน

หรือจากการเรียนที่หนักมา แล้วต้องการที่จะพักผ่อนอย่างผ่อนคลาย เปิด เครื่องฟอกอากาศ เพื่อให้อากาศสะอาดได้เลยครับ ในวันนี้ครับ ตังค์ทอน จะมาแนะนำ 10 อันดับ เครื่องฟอกอากาศ ยี่ห้อไหนดี

ฟอกอากาศได้อย่างสะอาด รวดเร็วทันใจ ดักจับเชื้อโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพ และจะมาแนะนำวิธีการเลือกซื้อ เครื่องฟอกอากาศ ให้ได้ทราบด้วย จะมี เครื่องฟอกอากาศ รุ่นไหนน่าสนใจบ้างนั้น ไปติดตามกันได้เลยครับ

เครื่องฟอกอากาศ pantip

สารบัญเว็บ ซ่อน

10 อันดับ เครื่องฟอกอากาศ ยี่ห้อไหนดี น้ำหนักเบา ใช้งานง่าย ฟอกอากาศได้อย่างรวดเร็ว ปี 2023

1. เครื่องฟอกอากาศ DAIKIN รุ่น MC55UVM6

เครื่องฟอกอากาศ DAIKIN รุ่น MC55UVM6

ดีไซน์สวยสวย ทันสมัย กรองอากาศได้อย่างยอดเยี่ยม ยับยั้งเชื้อไวรัส แบคทีเรียได้ด้วย

เครื่องฟอกอากาศ DAIKIN รุ่น MC55UVM6 สำหรับห่อง 41 ตร.ม เครื่องฟอกอากาศประสิทธิภาเยี่ยม ที่สามารถฟอกอากาศได้ทั้งภายนอกเครื่อง โดยใช้เทคโนโลยีปล่อยประจุ Active Plasma Ion

ซึ่งจะมีความเข้มข้นของประจุสูงมาก ๆ ถึง 25,000 ไอออนต่อลูกบาศก์เซนติเมตร และมีการฟอกอากาศภายในตัวเครื่อง ด้วย Streamer มีความสามารถในการยับยั้งแบคทีเรีย เชื้อไวรัส สารก่อภูมิแพ้ และกลิ่นต่าง ๆ

รวมไปถึง ยังมีฟิลเตอร์ HEPA แบบไฟฟ้าสถิต ที่จะไปช่วยในการยับยั้ง ฝุ่นละอองขนาดเล็กอีกด้วย ต่อมา เครื่องรุ่นนี้ก็ยังมี เซ็นเซอร์ตรวจจับฝุ่นขนาด PM2.5 ได้อย่างละเอียดมากครับ ถึง 6 ระดับเลยทีเดียว

และมีการแสดงระดับของฝุ่น ด้วยแสงที่หน้าจอให้ได้ทราบ มีช่องลมเข้าทั้งหมด 3 ทิศทาง ทั้งด้านหน้า-ซ้าย-ขวา ลมจะกระจายออกทางด้านบน ทำให้วางใกล้ผนังได้ โดยไม่ทำให้ผนังสกปรก ในการทำงาน

ตัวเครื่องทำงานได้เงียบมาก ๆ เพียงแค่ 19 เดซิเบล ไม่รบกวนการพักผ่อน และสามารถควบคุมการใช้งาน ได้ด้วยรีโมทคอนโ?รลแสนสะดวกสบายครับ ถ้าเพื่อน ๆ กำลังมองหาเครื่องฟอกที่สุดยอด รุ่นนี้ไม่ผิดหวังเลยครับ

ขนาดตัวเครื่อง 500 x 270 x 270 มม.
น้ำหนัก 6.8 กิโลกรัม
โหมดการทำงาน 4 ระดับ
ขนาดของห้อง 41 ตารางเมตร
ระดับเสียง 50 เดซิเบล

2. PHILIPS เครื่องฟอกอากาศ รุ่น AC1215/20

PHILIPS Air Purifier เครื่องฟอกอากาศ รุ่น AC1215/20

มาพร้อมโหมดขจัดมลพิษ ฟอกอากาศได้อย่างสะอาดบริสุทธิ์ เครื่องทำงานเงียบ ไม่รบกวนการพักผ่อน

PHILIPS Air Purifier เครื่องฟอกอากาศ รุ่น AC1215/20 สำหรับห้องขนาด 21-63 ตร.ม. สำหรับเครื่องฟอกรุ่นนี้ มาพร้อมประสิทธิภาพในการกรองอากาศ และ นวัตกรรมที่ช่วยในการกรองได้อย่างยอดเยี่ยม

สามารถรองรับพื้นที่ได้ตั้งแต่ 21 ไปจนถึง 63 ตตารางเมตรเลยทีเดียว มีนวัตกรรม VitaShield IPS ที่ออกแบบตามหลักอากาศพลศาสตร์ และแผ่นกรอง NanoProtect Pro มี Clean Air Delivery Rate

เพิ่มสูงขึ้นมากถึง 270 ลบ.ม./ชม. ตรงจุดนี้ ทำให้มีความสามารถในการกำจัดอนุภาคขนาดเล็กถึง 0.02um ได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมไปถึง ยังสามารถกรองก๊าซอันตราย เช่น ก๊าซฟอร์มาลดีไฮด์

และสารประกอบอินทรีย์ระเหยง่าย (TVOC) ได้อีกด้วยครับ ในส่วนของการทำงานของเครื่องฟอกรุ่นนี้ มีโหมดอัตโนมัติพิเศษ ช่วยขจัดมลพิษได้อย่างมีประสิทธิภาพ ระดับค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5)

ซึ่งหมายถึงหายห่วงเรื่องฝุ่น PM 2.5 ที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพของเราได้เลย มีระบบ Healthy Air Protect Alert ที่จะแจ้งให้เราได้รู้ในทันทีว่าถึงเวลาที่จะต้องเปลี่ยนแผ่นกรองแผ่นใหม่ได้แล้ว สะดวกสบายมาก

มีมาตรฐานการกรองที่รองรับและทดสอบโดย ECARF และ Airmid และในเรื่องของความปลอดภัย ยังมีการล็อคกันเปิดป้องกันการเปลี่ยนแปลงการตั้งค่าโดยไม่ได้ตั้งใจมาให้ด้วย ขึ้นชื่อว่าแบรนด์ PHILIPS คุณภาพไม่แพ้ใครครับ

ขนาดตัวเครื่อง 541 x 325 x 211 มม.
น้ำหนัก 5.3 กก.
โหมดการทำงาน 5 ระดับ
ขนาดของห้อง 21-63 ตารางเมตร
ระดับเสียง 33 เดซิเบล

3. เครื่องฟอกอากาศ Xiaomi Mi Air Purifier Pro H

เครื่องฟอกอากาศ Xiaomi Mi Air Purifier Pro H

กำจัดฝุ่นละออง แบคทีเรียได้อย่างมีประสิทธิภาพ กรองได้อย่างรวดเร็ว พร้อมโหมดการทำงาน 3 ระดับ

เครื่องฟอกอากาศ Xiaomi Mi Air Purifier Pro H เครื่องฟอกอีกหนึ่งรุ่นจากแบรนด์ดังอย่าง Xiaomi ที่กำลังได้รับความนิยมอย่างสูงในขณะนี้ โดยมาในรุ่น Air Purifier Pro H

สำหรับเครื่องฟอกรุ่นนี้ มาพร้อมกับประสิทธิภาพของไส้กรอง ที่มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น ใหญ่ขึ้น สามารถใช้งานได้นานถึง 14 เดือน สามารถกรองอากาศได้ 360 องศา ด้วยไส้กรองถึง 3 ชั้น คือ 1.Cloth Primary Filter 2.HEPA H13 Filter

และ 3.Activated Carbon Filter โดยมีสามารถ ในการกรองฝุ่น PM 2.5 ไมครอน ได้มากถึง 99.99% และ PM 0.3 ไมครอน ได้ถึง 99.97% มั่นใจได้ในประสิทธิภาพในการกรอง และได้อากาศที่บริสุทธิ์มาก ๆ

รวมไปถึง เครื่องฟอกรุ่นนี้ ยังสามารถกำจัดไรฝุ่น เชื้อโรค และแบคทีเรียได้ กรองก๊าซอันตราย สารฟอร์มาลดีไฮด์ (TVOC) เปลี่ยนเป็นอากาศที่บริสุทธิ์ได้ 220 ลบ.ม./ชั่วโมง ต่อมา มาพร้อมกับหน้าจอควบคุมการทำงาน

แบบ OLED ระบบสัมผัส สำหรับปรับเปลี่ยนโหมดการใช้งาน ใช้งานได้อย่างสะดวกสบาย ง่ายสุด ๆ และตัวเครื่องยังทำงานเงียบมาก ทำงานเสียงเบาสุดเพียง 34.1 dB(A) เท่านั้น สำหรับเครื่องฟอกรุ่นนี้ ถือว่าประสิทธิภาพดีมาก ๆ ครับ

ขนาดตัวเครื่อง 73.8 x 31 x 31 ซม.
น้ำหนัก 9.6 กก.
โหมดการทำงาน 3 ระดับ
ขนาดของห้อง 72 ตร.ม.
ระดับเสียง 34.1~65 เดซิเบล

4. Tefal เครื่องฟอกอากาศ รุ่น PT3030FO

Tefal เครื่องฟอกอากาศ รุ่น PT3030FO

กรองอากาศเร็วทันใจ แม้แต่ฝุ่นละเอียด สารพิษ และสารก่อภูมิแพ้ ก็สามารถกรองได้

Tefal เครื่องฟอกอากาศ รุ่น PT3030FO เครื่องฟอกคุณภาพดีจากแบรนด์ดัง Tefal ที่มาพร้อมกับประสิทธิภาพ ในการกรองฝุ่นละเอียด และสารพิษ PM2.5 และสารก่อภูมิแพ้ได้สูงสุด 99.99%*

ได้อากาศที่สะอาด บริสุทธิ์ ปลอดภัยต่อสุขภาพของเรา และคนในครอบครัวเป็นอย่างยิ่ง มอาพร้อมกับ เซนเซอร์ตรวจจับอากาศอัจฉริยะ ที่จะช่วยให้อากาศภายในพื้นที่ใช้งานเครื่อง สะอาดได้ภายในเวลาอันรวดเร็ว

ครอบคลุมพื้นที่สูงสุดถึง 120 ตร.ม. ประสิทธิภาพสูง คุณภาพเยี่ยม มั่นใจในการกรองอากาศได้อย่างทั่วถึงในทุกพื้นที่ มีระบบ Auto day/night mode โดยที่ตัวเครื่องนี้นะครับ จะทำการปรับความเร็วการกรองอากาศแบบอัตโนมัติ

ตามคุณภาพของอากาศภายในห้อง กล่าวคือ ตัวเครื่องจะปรับ 2-3 ระดับ ใน day mode และจะปรับ 1-2 ระดับใน night mode เพื่อที่จะได้ไม่รบกวนขณะที่กำลังนอนหลับนั่นเอง สามารถตั้งเวลาปิดอัตโนมัติ

ได้ตั้งแต่เวลา 1, 2, 4 และ 8 ชั่วโมงได้ตามความต้องการใช้งานเลยครับ และตัวเครื่องฟอกรุ่นนี้ มีขนาดพอเหมาะ กะทัดรัด จัดเก็บได้อย่างสะดวก ถ้าเพื่อน ๆ ต้องการเครื่องฟอกที่ตอบโจทย์ในเรื่องการงาน แนะนำรุ่นนี้เลยครับ

ขนาดตัวเครื่อง 43.3 x 26.8 x 57.5 ซม.
น้ำหนัก 5.8 กิโลกรัม
โหมดการทำงาน 3 ระดับ
ขนาดของห้อง 120 ตร.ม.
ระดับเสียง 32 เดซิเบล

5. Blueair เครื่องฟอกอากาศ รุ่น HealthProtect 7440i

Blueair เครื่องฟอกอากาศ รุ่น HealthProtect 7440i

คุณภาพระดับไฮเอนด์ สวมงาม ทันสมัย ฟอกอากาศสะอาด กำจัดเชื้อโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Blueair เครื่องฟอกอากาศ รุ่น HealthProtect 7440i เครื่องฟอกรุ่นนี้ จะเรียกว่าเป็นเครื่องฟอกระดับไฮเอนด์ ก็ว่าได้ครับ ดีไซน์สวยงาม โดดเด่น ล้ำสมัย ประสิทธิภาพเยี่ยม ในส่วนของเครื่องฟอกรุ่นนี้นะครับ

มีความสามารถในการป้องกันไวรัส และเชื้อแบคทีเรียได้ตลอด 24 ชั่วโมง รวมทั้งมี ประสิทธิภาพการฟอก ได้ตามมาตรฐานของ True Hepa ที่มีความสามารถในการฆ่าเชื้อโรคได้ 99% และกำจัดอนุภาคได้ 99.97%

ที่อนุภาคขนาด 0.1 ไมครอน อีกทั้ง เครื่องฟอกรุ่นนี้ ก็ยังมีความสามารถ ในการดักจับ เชื้อไวรัส แบคทีเรีย ได้อย่างรวดเร็ว และมีประสิทธิภาพอีกด้วย มีระบบ SpiralAir™ ช่องลมออก แบบ 360◦ รอบทิศทางของตัวเครื่อง

ที่ช่วยให้เครื่องฟอกรุ่นนี้ สามารถส่งอากาศที่บริสุทธิ์ ไปได้ทั่วทุกมุมห้อง มีเซ็นเซอร์ในตัว สามารถแสดงผลของค่า PM10, PM2.5, PM1 ได้อย่างชัดเจน มี Blueair App สามารถจะแสดงผล ออกมาเป็นกราฟและตัวเลขชัดเจน

พร้อมข้อมูลย้อนหลังได้ (PM10, PM2.5, PM1, VOC, ความชื้นและอุณหภูมิห้อง) และในส่วนของการใช้งาน เครื่องฟอกรุ่นนี้ มีล้อเลี่ยนสำหรับเคลื่อนย้ายไปใช้งานที่อื่น ๆ ได้อย่างสะดวกสบายขึ้นอีกด้วยครับ

ขนาดตัวเครื่อง 69. x 30 x 30 ซม.
น้ำหนัก 12.5 กก.
โหมดการทำงาน 3 ระดับ
ขนาดของห้อง 38 ตร.ม. – 63 ตร.ม.
ระดับเสียง 25 – 45 เดซิเบล

6. Bwell เครื่องฟอกอากาศ รุ่น CF-8608

Bwell เครื่องฟอกอากาศ รุ่น CF-8608

ทำงานด้วยระบบ Inverter ประหยัดพลังงานเป็นเยี่ยม สามารถดักจับเชื้อโรคได้อย่างหมดจด

Bwell เครื่องฟอกอากาศ รุ่น CF-8608 เครื่องฟอกอากาศประสิทธิภาพสูง มีความสามารถในการกรองฝุ่นขนาดเล็กสุด PM0.008 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ มาพร้อมกับเซนเซอร์ตรวจจับค่าฝุ่น

และมีระบบในการฟอกอากาศ 7 ขั้นตอน ได้อากาศที่บริสุทธิ์ สะอาดอย่างแท้จริง มีระบบการตรวจจับมลพิษ Pollution Sensor และปรับการทำงานโดยอัตโนมัติ ต่อมามีแผ่นกรองที่จะช่วยในเรื่องของการดักจับฝุ่นละอองขนาดใหญ่

และขนาดเล็ก มีความสามารถสูงถึงขั้นดักได้สูง 99.97% รวมไปถึง เครื่องฟอกรุ่นนี้ ยังสามารถกรองได้ทั้งอนุภาคฝุ่นละออง ก๊าซพิษ กลิ่นอันไม่พึงประสงค์อีกด้วย สำหรับเครื่องฟอกรุ่นนี้ มีการออกแบบดีไซน์มาอย่างสวยงาม

เรียบหรู ดูดี ทันสมัย นอกจากจะมีความสามารถในการฟอกอากาศได้เป็นอย่างดีแล้ว ยังสามารถจัดวางได้ทุกที่ได้อย่างลงตัว เหมาะสม เหมือนเป็นอุปกรณ์ตกแต่งห้องในตัวด้วย ในการใช้งานตัวเครื่อง

ถือว่ามีความสะดวกสบายมาก เพราะใช้รีโมทคอนโทรล ควบคุมการทำงานระยะไกล และเครื่องฟอกรุ่นนี้ ยังเหมาะกับห้องขนาด 40-80 ตารางเมตร สามารถทำงานได้เต็มประสิทธิภาพอีกด้วยครับ

ขนาดตัวเครื่อง 445 x 238 x 680 มม.
น้ำหนัก 8.3 กิโลกรัม
โหมดการทำงาน 4 ระดับ
ขนาดของห้อง 40-80 ตารางเมตร
ระดับเสียง 14/30/43/50 เดซิเบล

7. เครื่องฟอกอากาศ Daikin รุ่น MC30YVM7

เครื่องฟอกอากาศ Daikin รุ่น MC30YVM7

สามารถกรองฝุ่นขนาด 0.3 ไมครอนได้ถึง 99.97% ใช้งานง่าย ทำงานได้เงียบดีมาก

เครื่องฟอกอากาศ Daikin รุ่น MC30YVM7 เครื่องฟอกอากาศจากแบรนด์ดัง Daikin มาพร้อมกับ ความสามารถในการกรองอากาศ 3 ชั้น โดยมีตั้งแต่ แผ่นกรอง HEPA ไฟฟ้าสถิต

ที่สามารถดักจับฝุ่นขนาด 0.3 ไมครอนได้ถึง 99.97% ด้วยแผ่นกรองนี้จะดึงให้ฝุ่นมาเกาะติดได้ง่ายมาก ๆ Activated Carbon กรองกลิ่น และ Streamer Discharge ที่จะทำการปล่อยประจุพลาสม่า

ด้วยอิเล็คตรอนความเร็วสูง มีความสามารถในการยับยั้งเชื้อไวรัส เชื้อรา แบคทีเรีย สารก่อภูมิแพ้ และสารเคมีอันตราย ได้อย่างมีประสิทธิภพ โดยพลังการยับยั้งมลภาวะต่าง ๆ นี้นะครับ จะเทียบเท่ากับความร้อนสูงถึง 100,000 C เลยทีเดียว

รวมไปถึง เครื่องฟอก Daikin รุ่นนี้ ยังสามารถยับยั้ง เชื้อ SARS-CoV-2 หรือ COVID-19 ได้อีกด้วย ช่วยให้เกิดความปลอดภัยต่อผู้ใช้งานเป็นอย่างยิ่ง ในส่วนของพื้นที่การใช้งานเครื่องฟอก สามารถรองรับพื้นที่ได้ที่ 23 ตร.ม.

สำหรับเครื่องฟอกอากาศรุ่นนี้ มีประสิทธิภาพการฟอกอากาศอยู่ในระดับที่ดีเยี่ยม แถมยังสะดวกสบายตรงที่ ไม่ต้องมานั่งเปลี่ยนแผ่นกรอง HEPA บ่อย ๆ ฟังก์ชั่นครบ ประสิทธิภาพจัดเต็มขนาดนี้ ไม่ซื้อไม่ได้แล้วครับ

ขนาดตัวเครื่อง 450 x 270 x 270 มม.
น้ำหนัก 5 กิโลกรัม
โหมดการทำงาน 3 ระดับ
ขนาดของห้อง 23 ตร.ม.
ระดับเสียง 9 เดซิเบล

8. PHILIPS เครื่องฟอกอากาศ รุ่น AC0820/20

PHILIPS เครื่องฟอกอากาศ รุ่น AC0820/20

ตัวเครื่องขนาดเล็ก กะทัดรัด กำลังดี มีประสิทธิภาพในการกำจัดกลิ่นที่ยอดเยี่ยม

PHILIPS เครื่องฟอกอากาศ รุ่น AC0820/20 สำหรับห้องขนาด 16-49 ตร.ม. เครื่องฟอกคุณภาพน่าใช้งาน ออกแบบดีไซน์มาอย่างดูดี มีขนาดที่กะทัดรัด พอเหมาะ แต่ประสิทธิภาพถือว่ายอดเยี่ยม

มาพร้อมกับประสิทธิภาพ ในการกำจัดอนุภาคขนาดนาโน ซึ่งมีความเล็กกว่า 0.003 ไมครอน หรือ เล็กกว่าขนาดของฝุ่น PM2.5 ถึง 800 เท่า ได้ถึง 99.5% เลยทีเดียว มีระบบอัจฉริยะ ในการกรองอากาศแบบอัตโนมัติ

โดยจะทำการตรวจวัดค่าคุณภาพ และจะทำการฟอกอากาศในทันที ที่พบว่าในอากาศมีค่าความเปลี่ยนแปลง แม่้จะเพียงแค่เล็กน้อย ก็สามารถตรวจพบเจอ จะมีการแสดงคุณภาพของอากาศด้วย 4 ระดับสีแบบเรียลไทม์

โดยจะแจ้งให้ทราบอย่างชัดเจน ด้วยตัวเครื่องฟอกนี้ มีขนาดที่เล็ก กะทัดรัด ทำให้สามารถวางในจุดต่าง ๆ ได้อย่างลงตัวมาก ๆ ทุกจุด ครอบคลุมพื้นที่ใช้งานได้สูงถึง 49 ตร.ม. พื้นที่ประมาณ ห้องคอนโด 1 ห้องก็ว่าได้

การใช้งานก็ง่ายดาย และยังผ่านการทดสอบมาแล้วด้วยว่า มีความสามารถในการดักจับอนุภาคขนาดเล็กได้อย่างดีเยี่ยม และ เครื่องทำงานเงียบดีมาก ๆ เพียงแค่ 35-61 dB(A)ถ้าเพื่อน ๆ มีเด็กเล็ก ๆ ด้วย รุ่นนี้เหมาะแก่การใช้งานเลยครับ

ขนาดตัวเครื่อง 250 X 250 X 367 มม.
น้ำหนัก 2.4 กิโลกรัม
โหมดการทำงาน 2 ระดับ
ขนาดของห้อง 16-49 ตารางเมตร
ระดับเสียง 35-61 เดซิเบล

9. Dyson Pure Cool เครื่องฟอกอากาศ รุ่น TP00

Dyson Pure Cool เครื่องฟอกอากาศ รุ่น TP00

ดีไซน์หรูหรา ทันสมัย ใช้งงานสะดวก เป็นทั้งพัดลม และเครื่องฟอกอากาศในคราวเดียว

Dyson Pure Cool เครื่องฟอกอากาศ รุ่น TP00 เพื่อน ๆ หลาย ๆ คน คงจะเคยได้ยินชื่อ Dyson กันมาบ้าง เพราะมีเครื่องดูดฝุ่นที่มีประสิทธิภาพอยู่ แต่ Dyson ก็มีอย่างอื่นที่น่าใช้งานด้วย คือ เครื่องฟอกอากาศ รุ่น TP00 นี้เอง

สำหรับเครื่องรุ่นนี้ ได้รับการออกแบบดีไซน์มาอย่างหรูหรา ทันสมัย ดูดีในทุกมุมมอง สามารถทำงานได้แบบ 2 อิน 1 เลยนะครับ คือ จะทำงานเป็นพัดลมไร้ใบพัดด้วย และเป็นเครื่องฟอกอากาศได้ด้วย

สำหรับการทำงานของเครื่องรุ่นนี้ จะเป็นการดูดอากาศเข้าไป ต่อมาอากาศก็จะไปผ่านตัวกรอง HEPA เพื่อทำการฟอกอากาศให้สะอาด บริสุทธิ์ หลังจากนั้น ก็จะทำการกระจายลมที่สะอาดเรียบร้อยแล้ว

ไปทั่วทั้งบริเวณ ทำให้ภายในห้องนั้น มีอากาศที่ดี สะอาด ดีต่อสุขภาพ ในส่วนของตัวเครื่อง มีความแข็งแรง ทนทาน ขนาดกะทัดรัด พอเหมาะ น้ำหนักเบา เคลื่อนย้ายไปใช้งานในที่ต่าง ๆ ได้อย่างสะดวกสบาย

ขนาดตัวเครื่อง 190 x 110 x 1,018 มม.
น้ำหนัก 3.96 กิโลกรัม
โหมดการทำงาน 10 ระดับ
ขนาดของห้อง 28 ตารางเมตร
ระดับเสียง 62 เดซิเบล

10. เครื่องฟอกอากาศ Levoit รุ่น Core 400S

เครื่องฟอกอากาศ Levoit รุ่น Core 400S

ขนาดกะทัดรัด ประสิทธิภาพสูง ฟอกอากาศได้อย่างสะอาด และทำงานได้เงียบดีมาก

เครื่องฟอกอากาศ Levoit รุ่น Core 400S เครื่องฟอกอากาศคุณภาพดี ประสิทธิภาพสูง ที่มีความน่าใช้งานเป็นอย่างมากเลยครับ เพราะมีความสามารถในการ ดักจับอนุภาคขนาดเล็กได้ และยังสามารถ

ดักจับเชื้อโณคต่าง ๆ ที่ส่งผลเสียต่อสุขภาพได้ด้วย ไม่ว่าจะเป็น ไวรัส เชื้อรา และแบคทีเรียต่าง ๆ โดยดักจับได้ถึง 99.9% เลยทีเดียวครับ รวมไปถึง เครื่องรุ่นนี้ ยังมีเทคโนโลยี VortexAir ที่จะทำการหมุนเวียนอากาศ

ทำให้ได้อากาศที่สะอาดบริสุทธิ์อย่างทั่วถึง ตัวเครื่องมีระบบเซ็นเซอร์ในการตรวจจับอากาศด้วย ว่ามีมลภาวะหรือไม่ ถ้าตรวจพบก็จะทำการปรับอากาศให้สะอาดเหมาะสม มี ARC Formula ที่ถ้าในบริเวณนั้น

มีกลิ่นจากครัว หรือ กลิ่นสัตว์เลี้ยง ที่ไม่พึงประสงค์ ก็จะทำงานร่วมกับไส้กรองคาร์บอน กำจัดกลิ่นต่าง ๆ ออกไปได้อย่างหมดจดเลยทีเดียวครับ การควบคุมการใช้งานเครื่องสะดวกสบายผ่ายทางแอปพลิเคชั่นในมือถือครับ

ขนาดตัวเครื่อง 27.4 × 27.4 × 52 ซม.
น้ำหนัก 5 กิโลกรัม
โหมดการทำงาน ไม่ระบุ
ขนาดของห้อง 92 ตรม.
ระดับเสียง 24 เดซิเบล

มาทำความรู้จักกับเครื่องฟอกอากาศกัน

ก่อนอื่น ๆ เลยนะครับ คงจะมีเพื่อน ๆ หลาย ๆ คน ที่ยังไม่รู้ว่า เครื่องฟอกอากาศ คืออะไร แล้วมีไว้ทำอะไร ประโยชน์มีอะไรบ้าง ถ้าพูดถึงเรื่องสุขภาพ มักจะได้ยินว่า นี่ไง ๆ ซื้อเครื่องฟอกอากาศไว้ใช้สิ

งั้นเรามาทำความรู้จักกันนะครับ เครื่องฟอกอากาศ หรือ Air Purifiers คือเครื่องที่มีไว้สำหรับฟอกอากาศ แล้วปล่อยอากาศที่ผ่านการฟอกมาอย่างสะอาดแล้ว ปล่อยออกมาในบริเวณที่เครื่องทำงานอยู่

เพื่อให้อากาศที่อยู่บริเวณนั้น มีความบริสุทธิ์ สะอาด ปราศจากเชื้อโรค และฝุ่นละอองต่าง ๆ และเป็นการดีต่อสุขภาพนั่นเองครับ ในการทำงานของเครื่องฟอกนั้น แต่ละแบรนด์ แต่ละรุ่น จะมีวิธีการทำงานแตกต่างกันออกไปครับ

อย่างเช่น เครื่องฟอกในรุ่นเริ่มแรก จะมีการใช้พัดลมทำการดูดอากาศเข้าไป แล้วอากาศก็จะผ่านตัวแผ่นกรอง HEPA ซึ่งตรงจุดนี้ก็ต้องบอกอีกว่า คุณภาพการฟอกอากาศ ก็จะแตกต่างกันออกไปด้วยเช่นกันครับ

ต่อจากนั้น เครื่องฟอกก็จะทำการปล่อยอากาศที่ฟอกเรียบร้อยแล้ว ออกมายังบริเวณพื้นที่นั้น ๆ นอกจากนั้นนะครับ ก็ยังมีเครื่องฟอกหลาย ๆ รุ่น ที่มาพร้อมกับเซ็นเซอร์ตรวจจับความหนาแน่นของฝุ่นในพื้นที่

แล้วปรับความแรงพัดลมเพิ่มขึ้น เมื่อเจอกับความหนาแน่นของฝุ่นในปริมาณมาก รวมไปถึง มีเครื่องฟอกอีกหลายรุ่นเช่นกันที่ราคาสูง ขั้นตอนการฟอกอากาศก็จะประสิทธิภาพสูงขึ้น ฟอกได้อากาศที่บริสุทธิ์มากขึ้น

ซึ่งเมื่อเครื่องฟอกมีราคาที่สูงขึ้น นั่นก็หมายความว่า จะมาพร้อมกับเทคโนโลยีที่ทันสมัยมากขึ้น ฟัก์ชั่นการใช้งานที่มีคุณภาพก็จะมีให้ใช้อย่างเต็มที่ แต่เพื่อน ๆ สามารถเลือกตามใจให้เหมาะสมในเรื่องราคาได้ครับ

เครื่องฟอกอากาศสำคัญไหม แล้วป้องกันเชื้อไวรัสได้หรือเปล่า

อย่างที่เพื่อน ๆ ได้เห็น และได้สัมผัสนะครับ อากาศของบ้านเรานั้น มีมลพิษมากขึ้น ๆ ทุกวัน แล้วเราก็ไม่สามารถหลีกเลี่ยงมลพิษต่าง ๆ ได้เลย เพราะว่า ทุก ๆ คนต้องออกไปทำงาน เด็ก ๆ ไปเรียนหนังสือ

บางคนออกไปทำธุระในเรื่องต่าง ๆ ซึ่งก็ต้องเผชิญมลพิษทุกวัน มลพิษที่พบเจออยู่เสมอ ก็อย่างเช่น ควันจากท่อไอเสียรถยนต์ ควันจากการเผาไม้ เผาขยะ และควันที่ถูกปล่อยจากโรงงานอุตสาหกรรม

ผสมกับมีฝุ่น PM 2.5 ออกมาร่วมด้วยอีก อากาศที่ว่าแย่อยู่แล้ว ยังสามารถแย่ลงไปได้อีกครับ และเราก็ต้องหายใจเอาอากาศที่ไม่ดีเหล่านี้เข้าไปอย่างช่วยไม่ได้ มลพิษต่าง ๆ ครับ เมื่อเข้าสู่ระบบทางเดินหายใจแล้ว

จะส่งผลเสียต่อสุขภาพของเราอย่างแน่นอน ส่งผลกระทบต่อระบบทางเดินหายใจ และทำลายอวัยวะต่าง ๆ เพิ่มเติมอีกด้วย รวมไปถึง เพื่อน ๆ หลายคน อาจจะเป็นโรคภูมิแพ้ สุขภาพก็จะแย่ลงเมื่อต้องเจอกับไรฝุ่น

เกสรดอกไม้ และสะเก็ดผิวหนังของสัตว์ ซึ่งจะส่งผลต่อระบบทางเดินหายใจอย่างรุนแรง และเกิดการระคายเคืองตามอวัยวะต่าง ๆ ถ้าไม่ระวังป้องกันเป็นอย่างดี สุขภาพของเพื่อน ๆ จะแย่ลงอย่างมากเลยครับ

ไม่เพียงเท่านั้นนะครับ ด้วยสถานการณ์โรคระบาดร้ายแรงอย่าง โควิด 19 ที่ยังไม่หมดไปจากโลกนี้อีก เจอแบบนี้แย่เลยครับ คำถามคือ แล้วเราจะหาความปลอดภัยในชีวิตได้จากที่ไหนกันล่ะครับ

จริง ๆ มันก็พอมีทางออกจากปัญหานี้ได้อยู่ คือ การใช้เครื่องฟอกอากาศ นั่นเอง เครื่องฟอกอากาศจะทำการกรองอากาศภายในบ้านพักอาศัย ภายในห้องต่าง ๆ ให้ได้อากาศสะอาด มีความบริสุทธิ์มากยิ่งขึ้น

ทำให้อากาศภายในบ้าน มีการหมุนเวียนที่ดีขึ้น ช่วยกำจัดฝุ่นละอองต่าง ๆ กลิ่นไม่พึงประสงค์ มลพิษต่าง ๆ และสามารถดักจับฝุ่น PM 2.5 ได้ด้วยนะ รวมไปถึง ในเครื่องฟอกอากาศจะมี ตัวกรอง HEPA

ที่มีประสิทธิภาพในการกรองอนุภาคขนาดเล็กได้อย่างยอดเยี่ยม มีความสามารถในการดักจับ โคโรนาไวรัส Sars-Cov-2 หรือ เชื้อโควิด 19 ได้อีกด้วย ตรงจุดนี้ต้องพิจารณาตัวไส้กรองแต่ละรุ่นครับ

ว่ารุ่นไหนสามารถดักจับเชื้อโควิด 19 ได้ แล้วนำมาใช้เพื่อสุขภาพของเรา และคนที่เรารักนั่นเอง สรุปเลยก็คือ เครื่องฟอกอากาศ มีความจำเป็นมากครับ และยังช่วยป้องกันไวรัสโควิด 19 ได้ด้วย ตามเงื่อนไขที่กล่าวไปแล้วครับ

ประโยชน์ของเครื่องฟอกอากาศ

เครื่องฟอกอากาศนั้นนะครับ ได้มีการพัฒนาด้านเทคโนโลยีมาอย่างทันสมัย มีความสามารถในการทำความสะอาดอากาศ ให้มีความบริสุทธิ์ สดชื่น และมีความปลอดภัยต่อสุขภาพ ดังนั้น เรามาดูประโยชน์ของเครื่องฟอกกันดีกว่าครับ

  1. สามารถช่วยป้องกันโรคทางเดินหายได้อย่างมีประสิทธิภาพ อากาศบ้านเรามีมลพิษเยอะมาก ๆ ทั้งฝุ่นละออง PM 2.5 และ โควิด 19 โดยเครื่องฟอกจะกรองอากาศให้สะอาด ปราศจากโรคภัยต่าง ๆ ได้ดี
  2. ได้อากาศสะอาดหายใจได้โล่งสบาย เครื่องฟอกอากาศนั้นจะฟอกอากาศสะอาด ออกมาทั่วบริเวณ การหายใจเอาอากาศสะอาดเข้าไป จะช่วยให้ปอดทำงานได้ดีขึ้น ส่งผลดีต่อสุขภาพทุกคนในบ้านเลยครับ
  3. ลดอาการของโรคภูมิแพ้ได้ดี ใครที่เป็นโรคภูมิแพ้ จะมีอาการคัดจมูก น้ำมูกไหล อันเนื่องมาจากฝุ่นละอองในอากาศ แต่ด้วยอากาศที่บริสุทธิ์ ปราศจากฝุ่นละออง จะช่วยลดอาการภูมิแพ้ได้ดีนั่นเอง
  4. ประหยัดค่ารักษาพยาบาล เมื่อเครื่องฟอกอากาศช่วยให้ผู้มีอาการภูมิแพ้ลดลง จนไม่มีอาการมากวนใจแล้ว ค่ารักษาพยาบาลก็ไม่จำเป็น รวมทั้งเครื่องฟอกยังช่วยกำจัดกลิ่นไม่พึงประสงค์ต่าง ๆ ได้อย่างดีอีกด้วย
  5. ช่วยให้หลับสบายและหลับสนิทตลอดทั้งคืน ถ้าอากาศไม่ดี อากาศไม่สะอาด มีฝุ่นละอองเยอะ อาจจะทำให้นอนไม่หลับได้อย่างสนิท แต่เครื่องฟอกกำจัดปัญหาต่าง ๆ ได้ ช่วยให้สามารถหลับได้อย่างสนิทเลยครับ

วิธีการเลือกซื้อเครื่องฟอกอากาศต้องดูอะไรบ้าง

1. เลือกใช้เครื่องฟอกอากาศที่แผ่นกรองคุณภาพดี

แผ่นกรองอากาศ เป็นอุปกรณ์สำคัญ ที่มีหน้าที่ดักจับฝุ่น เชื่อรา ไวรัส แบคทีเรีย และกลิ่นไม่พึงประสงค์ต่าง ๆ โดยแผ่นกรองจะผลิตจากเส้นใยประสิทธิภาพสูง คุณภาพดี ตรงจุดนี้ต้องเลือกที่มีคุณภาพสูง และสามารถแบ่งได้ 3 ประเภท คือ

  • แผ่นกรองแบบหยาบ : สำหรับแบบหยาบนี้ ทำหน้าที่ดักจับฝุ่นละอองขนาดใหญ่ ไว้ก่อนที่จะไปสู่ขั้นตอนการฟอกในนขั้นต่อไป เพื่อช่วยถนอมชั้นกรองอื่น ๆ ให้ใช้ได้นานขึ้น แผ่นกรองหยาบสามารถถอดล้างได้ครับ
  • แผ่นกรองแบบละเอียด : แผ่นกรองละเอียด ส่วนใหญ่จะเป็น แผ่นกรองชนิด HEPA ที่อยู่ในชั้นสุดท้าน สามารถกรองอนุภาคที่ขนาดเล็กได้อย่างมีประสิทธิภาพมาก ๆ เช่น ไวรัส เชื้อโรคต่าง ๆ เป็นต้น แผ่นกรองนี้ต้องซื้อเปลี่ยนใหม่ทุกครั้งครับ
  • แผ่นกรองแบบ AC : แผ่นกรองแบบบนี้คือ แผ่นกรองคาร์บอนถ่านหิน จะทำหน้าที่ในการดูดซับกลิ่นอันไม่พึงประสงค์ต่าง ๆ มีอายุการใช้งาน เมื่อครอบกำหนดต้องซื้อเปลี่ยนใหม่เท่านั้น

2. พิจารณาตัวเซนเซอร์วัดคุณภาพอากาศ

ถ้าเครื่องฟอกรุ่นไหน มีเซ็นเซอร์วัดคุณภาพอากาศที่ดี การทำงานของเครื่องก็จะมีประสิทธิภาพสูงมากขึ้นตามไปด้วย รวมไปถึงยังใช้งานได้อย่างสะดวกมากด้วย เพียงนำเครื่องฟอกไปวางในจุดที่ต้องการใช้งาน

ตัวเครื่องก็ทำงานโดยอัตโนมัติ ไม่จำเป็นต้องเสียเวลาวัดคุณภาพอากาศด้วยตัวเองเลย ระบบเซ็นเซอร์ที่คุณภาพดี จะต้องตรวจจับคุณภาพอากาศได้ในระยะไกล แม่นยำ และมีความเสถียร ค่าไม่ได้เปลี่ยนไปมา

แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าเซ็นเซอร์ของเครื่องฟอกรุ่นไหนมีประสิทธิภาพดีที่สุด คำถามนี้ตอบยากสักนิดนึง เพราะไม่มีผลสรุปออกมาให้เราได้ทราบ มีแต่ต้องลองใช้หลาย ๆ เครื่อง แล้วเปรียบเทียบกันนั่นเอง

แต่เบื้องต้นก็พอที่จะแนะนำได้ครับว่าตัวไหนดี คือ เลือกจากยี่ห้อที่มีชื่อเสียง และนน่าเชื่อถือ หรือดูได้จากมาตฐานการรับรองก็พอจะบอกได้ครับ เน้นย้ำอีกครั้ง ยิ่งเซ็นเซอร์คุณภาพดี ประสิทธิภาพก็จะสูงตามครับ

3. ดูจากขนาดเครื่องและความสะดวกในการเคลื่อนย้าย

ถ้าเพื่อน ๆ มักจะนำเครื่องฟอกไปใช้งานจุดอื่น ๆ บ่อยครั้ง ถ้าจะให้สะดวกมากที่สุด ควรเลือกเครื่องฟอกอากาศที่คุณภาพดี ขนาดเล็ก กะทัดรัด พกพาง่าย เคลื่อนย้ายสะดวก จะตอบโจทย์การใช้งานมากที่สุด

เพื่อที่จะได้ไม่ใหญ่เทอะทะ หรือลำบากในการยก เพราะยกไม่ไหว หรือจะมีหูหิ้วมาให้ด้วยก็ยิ่งดี แต่ถ้าเพื่อน ๆ มีงบประมาณเพิ่มเติม ก็สามารถซื้อเครื่องฟอกเพิ่มหลาย ๆ ตัวก็ได้ จะได้วางได้ทุกจุดเลยครับ

4. ความดังของเครื่องระหว่างทำงาน

การพักผ่อนของคนในบ้าน กับการใช้งานเครื่องฟอกเป็นของคู่กันนะครับ ถ้าเครื่องเสียงดังย่อมรบกวนการพักผ่อนของคนในบ้านอย่างแน่นอน ในส่วนของความดังของเครื่องจะมีหลายระดับ ตามโหมดการใช้งาน

ถ้าอากาศแย่มาก ๆ เครื่องก็จะทำงานเต็มกำลัง เพื่อเปลี่ยนอากาศเสียให้เป็นอากาศดีอย่างรวดเร็ว เสียงจะอยู่ทีประมาณ 60 เดซิเบล แต่ถ้าเป็นโหมดอัตโนมัติหรือโหมดนอนหลับ เสียงจะอยู่แค่ไม่เกิน 30 เดซิเบล ไม่เกินนี้เท่านั้นครับ

5. มาพร้อมฟังก์ชั่นอื่น ๆ ที่น่าใช้งานอีกหลายฟังก์ชั่น

เครื่องฟอกอากาศ ไม่ได้มีดีแค่ฟอกอากาศเสีย ให้กลายเป็นอากาศที่สะอาดบริสุทธิ์เท่านั้นนะครับ แต่หลาย ๆ รุ่น มีฟังก์ชั่นการใช้งานอื่น ๆ ที่น่าสนใจ น่าใช้งานมาอีกหลายฟังก์ชั่นเลย โดยจะมีที่น่าสนใจดังนี้

  • ระบบการหมุนเวียนอากาศ : ตรงจุดนี้เราสามารถดูข้อมูลได้จาก ข้อมูลประสิทธิภาพของ CADR โดยหน่วยที่บอกเรานั้น จะเป็นลูกบาศก์เมตร/ชั่วโมง จะเป็นอัตราการสร้างอากาศที่สะอาดบริสุทธิ์ครับ
  • แรงลมที่ใช้งานมีกี่ระดับ : เครื่องฟอกที่มีระดับแรงลมหลายระดับ ยิ่งมากเท่าไร ตัวเครื่องก็จะมีประสิทธิภาพในการฟอกอากาศมากเท่านั้น รวมทั้งสามารถฟอกอากาศได้อย่างหลากหลายสถานการณ์ด้วยครับ
  • เซ็นเซอร์ทำงานได้อย่างฉลาด : เครื่องฟอกที่มีเซ็นเซอร์ที่ชาญฉลาด จะมีความสามารถทำงานได้เอง โดยที่ไม่ต้องทำการปรับตั้งค่าอะไรมากมาย ตัวเครื่องจะทำงาน ด้วยตัวเองโดยอัตโนมัติครับ
  • สามารถควบคุมจากระยะไกลได้ : เราสามารถควบคุมการทำงานระยะไกลได้ด้วยรีโมทคอนโทรล ซึ่งเครื่องฟอกรุ่นใหม่ ๆ มีมาให้หมดทุกรุ่นครับ ช่วยอำนวยความสะดวกสบายในการใช้งานได้เป็นอย่างดีครับ
  • มีการแจ้งเตือนให้ทราบเมื่อแผ่นกรองหมดอายุ : เครื่องฟอกอากาศจะมีระบบการแจ้งเตือนเมื่อแผ่นกรองหมดอายุมาให้เราได้ทราบ ซึ่งสะดวกมาก ๆ เมื่อเราทราบก็เตรียมหาแผ่นกนรองใหม่มาเปลี่ยนได้เลยครับ
  • มาพร้อมกับเซนเซอร์ตรวจจับแสงสว่าง : ถ้าเพื่อน ๆ ใช้งานเครื่องฟอกในห้องนอน เซ็นเซอร์นี้มีประโยชน์มากเลย โดยจะช่วยลดแสงไฟบนหน้าจอแสดงผลลง และประบเป็นโหมดพักผ่อนให้เองเลย โดยที่เราไม่ต้องปรับตั้งค่าเองครับ
  • มีระบบความปลอดภัยที่มีประสิทธิภาพ : เครื่องฟอกบางรุ่นจะปิดการทำงานทันที ถ้าไส้กรองหมดอายุ เมื่อเรารู้ตัวเราก็เปลี่ยนไส้กรองทันที และบางรุ่นก็จะมีระบบการปิดเครื่องเอง ถ้าเราเปิดแผงกรองอากาศโดยที่ยังไม่ปิดเครื่องครับ

สรุป

การที่เราได้พักผ่อนหลังจากทำงานมาอย่างหนักตลอดวัน ในนอนฟังเพลง ดูซีรี่ย์ที่ชื่นชอบ ภายใต้อากาศที่สะอาด ปราศจากเชื้อโรค และ กลิ่นที่ไม่พึงประสงค์ต่าง ๆ ช่างเป็นช่วงเวลาที่มีความสุขมาก ๆ เลย

รวมไปถึง การมีอากาศที่สะอาด ก็จะช่วยให้สุขภาพของคนในครอบครัวของเรา ดีขึ้นไปด้วย ถ้าใครอยากมีอากาศที่บริสุทธิ์ ปราศจากเชื้อโรค และมลภาวะ ควรมี เครื่องฟอกอากาศ ติดบ้านเอาไว้เลยนะครับ

เพื่อสุขภาพที่ดีของเราเอง และคนที่เรารัก สำหรับใครที่ต้องการมีไว้ใช้งาน ก็สามารถเลือกจาก 10 อันดับ เครื่องฟอกอากาศ ยี่ห้อไหนดี ได้เลยนะครับ สำหรับ 10 รุ่น ที่เรานำมาฝากเพื่อน ๆ ในบทความนี้

เป็นเครื่องฟอกอากาศรุ่นที่กำลังได้รับความนิยมอยู่ในขณะนี้เลย มีฟังก์ชั่นการใช้งานที่ครบครัน และมีรีวิวที่ไปในทิศทางที่ดีมาก ๆ เราจึงได้รวบรวมมาให้เพื่อน ๆ ที่นี่แล้ว รับรองได้เลยครับว่า คุ้มค่า คุ้มราคาอย่างแน่นอน

About the Author: Tangthon

สวัสดีครับ ผมตังค์ทอนครับ ยินดีต้อนรับสู่ Blog Tangthon.com นะครับ บล็อกนี้ผมตั้งใจนำเสนอบทความต่าง ๆ ที่น่าสนใจ และเป็นประโยชน์ต่อเพื่อน ๆ ครับ ไม่ว่าจะเป็น แนะนำที่พักที่ได้รับความนิยม, แนะนำสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ รวมทั้งบทความในเรื่องอื่น ๆ ที่น่าสนใจอีกหลายหัวข้อครับ อยากให้ติดตามกันนะครับ แค่แวะมาก็ดีใจแล้วครับ

You might like