10 เครื่องชงกาแฟ ยี่ห้อไหนดี คุณภาพดี ใช้งานง่าย ชงกาแฟที่บ้านได้ ปี 2021

เครื่องชงกาแฟ ยี่ห้อไหนดี

สวัสดีครับ เพื่อน ๆ กาแฟเป็นเครื่องดื่มที่ใคร ๆ ก็ชื่นชอบกัน และดื่มกันเกือบจะทุกวัน ด้วยรสชาติที่อร่อยและมีประโยชน์ การชงกาแฟที่บ้านเพื่อดื่มในแต่ละวัน ก็มีความสนุกสนานมากเช่นกัน เครื่องชงกาแฟที่มีคุณภาพ ก็มีอยู่หลากหลายยี่ห้อในท้องตลาด อาทิเช่น Delonghi, Melitta, Panasonic และ Zojirushi เป็นต้น

สำหรับเครื่องชงกาแฟนอกจากจะทำให้เราสะดวกสบายในการชงกาแฟแล้ว ยังเพิ่มความสนุกสนานในชีวิตประจำวันอีกด้วย ในส่วนของเครื่องชงกาแฟในปัจจุบัน มีหลากหลายดีไซน์ให้เราได้เลือกกัน แต่ถ้าจะเลือกแบบไหนให้เหมาะกับตัวเอง อันนี้เลือกยากอยู่นะครับ แล้วเราจะเลือก เครื่องชงกาแฟสด ยี่ห้อไหนดี กันล่ะ

ดังนั้นครับ ในวันนี้ผมจะมาแนะนำหลักในการเลือก เครื่องชงกาแฟสด ยี่ห้อไหนดี สำหรับเพื่อน ๆ ที่กำลังหาข้อมูลในการเลือกซื้ออยู่ จากนั้นเราก็ยังได้ทำข้อมูลเปรียบเทียบเครื่องชาแฟที่กำลังได้รับความนิยมอยู่ในตอนนี้

โดยวัดจากราคาของแต่ละรุ่น ความยากง่ายจากการใช้งาน และอื่น ๆ อีกมากมาย เพื่อให้เพื่อน ๆ ได้ข้อมูลที่ครบถ้วน เพื่อง่ายในการตัดสินใจ และได้เครื่องชงกาแฟที่ตรงกับความต้องการมากที่สุดนั่นเอง

เครื่องชงกาแฟที่วางขายในท้องตลาดปัจจุบันนี้ครับ มีฟังก์ชั่นกาารใช้งานมากมายหลากหลายให้เราได้เลือกซื้อกัน ไม่ว่าจะเป็น การตั้งเวลาปิดเปิดเครื่อง การอบผงกาแฟ หรือการทำฟองนมที่สุดแสนจะอร่อย

ถ้าเครื่องไหนที่มีราคาแพงหน่อยนะครับ ก็จะมีฟังก์ชั่นมากมายขึ้นตามราคาไปด้วย ซึ่งตรงจุดนี้แล้วแต่เราเลยครับว่า ชอบราคาถูกหน่อย หรือแพงมาก ฟังก์ชั่นมากน้อย ดูตามสไตล์ของเราได้เลยครับ

ดังนั้น ในวันนี้ครับ ตังค์ทอน จะมาแนะนำ 10 อันดับ เครื่องชงกาแฟ ยี่ห้อไหนดี ที่กำลังได้รับความนิยมอยู่ในตอนนี้ และเป็นข้อมูลให้เพื่อน ๆ ใช้ในการตัดสินใจเลือกนะครับ จะมีรุ่นอะไรบ้าง ไปติดตามได้เลยครับ

เครื่องชงกาแฟ 2 หัว ยี่ห้อไหนดี

เครื่องชงกาแฟ ยี่ห้อไหนดี คุ้มค่า คุ้มราคา รูปทรงสวย ที่ใช้ในบ้านได้ ปี 2021

1. Nespresso เครื่องชงกาแฟ รุ่น Inissia D Range

Nespresso เครื่องชงกาแฟ รุ่น Inissia D Range         ความจุ : 0.8 ลิตร ขนาด : L32 x W12 x H23 ซม. น้ำหนัก : 2.4 กก. ความจุกระบอกน้ำขนาด : 23.7 ออนซ์ แรงดัน : 19 บาร์

Nespresso เครื่องชงกาแฟ รุ่น Inissia D Range เป็นเครื่องชงกาแฟคุณภาพเยี่ยม ผลิตจากพลาสติกคุณภาพดี ใช้งานได้อย่างยาวนาน แบรนด์นี้ต้องบอกเลยนะครับว่า ถูกใจผมมาก ๆ ขอยกให้เป็นอันดับ 1 ไปเลยล่ะครับ

Nespresso รุ่น Inissia นี้ ผมอยากแนะนำให้เพื่อน ๆ ทุกคนมีติดบ้านไว้เลยครับ ยอดเยี่ยมทั้ง ราคา และคุณภาพเลย โดยเครื่องชง Nespresso นี้ เป็นเครื่องชงกาแฟแบบแคปซูล ที่มีกลินของกาฟให้เพื่อน ๆ เลือกมากถึง 29 ราชาติเลยนะครับ

และตัวแคปซูล ก็ได้ผลิตมาจาก อะลูมิเนียมที่ปลอดภัยถึงขีดสุด รวมทั้งยังสามารถเก็บกลิ่น และรสชาติกาแฟไว้ได้อย่างยอดเยี่ยม เครื่องชงกาแฟนี้ มีน้ำหนักที่เบามาก เล็ก กะทัดรัด ประหยัดพื้นที่ ดูดีทุกมุมครับ

มาพร้อมแรงดัน 19 บาร์ และยังมีระบบในการทำความร้อนอย่างรวดเร็ว ภายในเวลา 25 วินาทีครับ เร็วจริง ๆ รวมไปถึงมีระบบประหยัดพลังงานมาด้วย โดยจะทำการปิดเครื่องเองอัตโนมัติภายในเวลา 9 นาทีครับ

ถ้าเพื่อน ๆ ซื้อเครื่องชงกาแฟ รุ่น Inissia จะได้แคปซูล 14 แคปซูลฟรี ๆ ด้วย สีก็มีหลายสีให้เลือกซื้อตามชอบ ครบเครื่องครบครันเหมือนกับยกร้านกาแฟสด มาไว้ที่บ้านของเพื่อน ๆ เลยครับ สะดวกสุด ๆ

จุดเด่น

  • ได้รับรางวัล Red Dot Award : Product Design ปี 2014
  • ทำความร้อนอย่างรวดเร็ว ภายในเวลา 25 วินาที
  • เพื่อน ๆ จะได้ดื่มด่ำกับรสชาติของ Espresso และ Lungo ด้วยแก้ว 2 ขนาดครับ
  • มีระบบการแยกน้ำ กับแคปซูลที่ใช้แล้ว ออกมาเพื่อช่วยในเรื่องความสะอาดครับ

2. ASGUARD เครื่องชงกาแฟสด รุ่น C1000B

ASGUARD เครื่องชงกาแฟสด รุ่น C1000B

      มีแรงดันสูงสุด : 15 บาร์ ถังน้ำบรรจุน้ำได้สูงสุด : 1.5 ลิตร

ASGUARD เครื่องชงกาแฟสด รุ่น C1000B เป็นอีกหนึ่งรุ่น ที่กำลังได้รับความนิยมมาก ๆ จากคนไทยตอนนี้เลยครับ ผลิตจากวัสดุสแตนเลสเนื้อดี สวยเงางามทั้งด้านนอกและด้านใน วางมุมในของบ้านก็ดีดีครับ

ในส่วนของความสามารถของ รุ่น C1000B ก็มีมากมาย ครบครัน มีแรงดันสูงสุด 15 บาร์ ถังน้ำบรรจุน้ำได้สูงสุด 1.5 ลิตร มีหม้อต้มแรงดันควบคุมอุณหภูมิได้คงที่ถึง 92 ºC สามารถชงกาแฟ และ ชาได้

สามารถชงต่อเนื่องได้ 8-10 แก้ว มีฟังก์ชั่นในการตีฟองนม มีสวิทซ์ปิด-เปิดการใช้งาน ข้อมูลเหยือกปั๊มโฟมนม สามารถอุ่นแก้วได้ที่ถาดเหนือตัวเครื่อง ตาข่ายตีฟองออกแบบมาให้มี 2 ชั้น ความสามารถรอบด้านขนาดนี้ พลาดแล้วจะเสียใจครับ

จุดเด่น

  • ใช้เวลาอุ่นเครื่องพร้อมชงเพียงแค่ 1 นาที
  • มีหม้อต้มแรงดันที่ควบคุมอุณหภูมิได้คงที่ถึง 92 ºC
  • มีฟังก์ชั่นในการตีฟองนมมาให้
  • สามารถชงกาแฟ และ ชาได้
  • สามารถชงต่อเนื่องได้มากถึง 8-10 แก้ว

3. Nespresso เครื่องชงกาแฟ รุ่น Lattissima One

Nespresso เครื่องชงกาแฟ รุ่น Lattissima Oneความจุอยู่ที่ : 1 ลิตร   น้ำเต็ม 1 ครั้ง : สามารถชงกาแฟได้ไม่ต่ำกว่า 5 – 7 แก้ว  น้ำหนัก : 4.2 กก.  แรงดัน : 19 บาร์  ขนาด : L32.4 x W15.4 x H25.6 ซม.

Nespresso เครื่องชงกาแฟ รุ่น Lattissima One เป็นรุ่นที่ออกมาเพื่อเอาใจเพื่อน ๆ ที่ชอบกาแฟนมครับ เครื่องชงรุ่นนี้มีให้เพื่อน ๆ เลือก 2 สีหรูหราสะดุดตานะครับ คือ สี Mocha Brown และ สี Silky White ครับ

เครื่องชงกาแฟ Lattissima one นี้นะครับ จะมีมีลักษณะ เรียบหรู ดูดี และมีดีไซน์กะทัดรัด เคลื่อนย้ายง่าย รวมทั้งมีการเลือกใช้วัสดุที่มีคุณภาพและแข็งแรง คงทน ทนทาน เช่นโครเมี่ยมนั่นเองครับ

มีฟังก์ชั่นการใช้งานครบครัน มาพร้อมกับ เครื่องทำฟองนมในตัวเครื่อง เพื่อน ๆ สามารถปรับระดับฟองนมได้ตามใจต้องการเลยครับ และก็ยังสามารถ ถอดกระบอกนม เอามาเก็บไว้ในตู้เย็นได้อีกด้วยนะครับ

บอกเลยครับว่า เป็นเครื่องชงกาแฟ ที่จะสร้างนมให้เพื่อน ๆ ได้แค่ปลายนิ้วชี้นิ้วเดียวเลยล่ะครับ เครื่องชงรุ่นนี้ เป็นเครื่องที่มีขนาดกะทัดรัดที่สุดในหมวดเครื่อง Lattissima ครับ เหมาะกับห้องครัวที่บ้านของเพื่อน ๆ มากจริง ๆ ครับ

จุดเด่น

  • มีฟังก์ชั่นในการทำฟองนมได้
  • สามารถถอดแทงก์นม เอามาเก็บไว้ในตู้เย็น เพื่อรักษาอุณหภูมิได้
  • มีการแจ้งเตือนสำหรับขจัดคราบตะกรัน
  • มีความยาวสายเคเบิล 90 ซม.
  • สัมผัสเพียงแค่ปุ่มเดียว สำหรับเตรียมเมนู (มีส่วนผสมของนม, น้ำร้อน)
  • มีระบบปิดการใช้งานอัตโนมัติเมื่อเวลาผ่านไป 9 นาที
  • เตรียมความพร้อมอัตโนมัติภายหลังเวลา 30 นาที
  • รับประกัน 2 ปี

4. ETZEL เครื่องชงกาแฟ รุ่น SN-203

ETZEL เครื่องชงกาแฟ รุ่น SN-203

ความจุ : 1.6 ลิตร   แรงดันน้ำ : 15 บาร์   ขนาดตัวเครื่อง : L27 x W25 x H30 ซม.   น้ำหนัก : 3.4 กก.

ETZEL เครื่องชงกาแฟ รุ่น SN-203 เครื่องชงกาแฟคุณภาพดี ใช้งานง่าย ให้ความสะดวกสบาย ที่จะช่วยอำนวยความสะดวกให้เพื่อน ๆ ชงกาแฟในแต่ละวันอย่างง่ายดาย กับฟังก์ชั่นการใช้งานที่ง่าย แต่ใช้ได้ดี

เครื่องชงกาแฟรุ่นนี้ สามารถชงเมนูกาแฟได้หลายเมนู และยังสามารถ ทำฟองนมที่มีความเนียนนุ่ม ละมุนละไม ช่วยให้กาแฟของเพื่อน ๆ มีรสชาติที่ดีมากยิ่งขึ้นครับ สามารถชงกาฟ ชงชา ตีฟองนม ครบจบในเครื่องนี้เครื่องเดียวเลยครับ

การใช้งานแสนง่าย สะดวกสบาย ชงกาแฟแสนอร่อยได้หลายเมนู เช่น เอสเปรสโซ, คาปูชิโน่, ลาเต้, มัคคิอาโต้, มอคค่า และชา เป็นเครื่องชงกาแฟที่ดีมาก ๆ เลยครับ น่าสนใจ และน่ามีไว้ในห้องครัวที่บ้านอย่างแท้จริง

จุดเด่น

  • ตัวเครื่องและอุปกรณ์ ทำมาจากพลาสติกเนื้อหนา และสแตนเลส ทนทาน แข็งแรง เอาอยู่
  • เหมาะกับเมล็ดกาแฟคั่วบด และกาแฟ POD ครับ
  • ปุ่มกดอัตโนมัติ และมีไฟแจ้งเตือนสถานะ ทำให้สะดวก และง่ายต่อการใช้งาน
  • มีระบบไอน้ำ ระบบทำน้ำร้อน หรือ อุ่นเครื่องดื่มได้ เช่น ชา, กาแฟ, นม หรือ ช็อคโกแลต

5. Nespresso เครื่องชงกาแฟ รุ่น Pixie C Range

Nespresso เครื่องชงกาแฟ รุ่น Pixie C Range

กำลังไฟ : 1,260 วัตต์   แรงดันไฟฟ้า : 220-240 โวลต์   ความยาวสายไฟ : 0.8 เมตร   ขนาดสินค้า : 32.6 x 11.1 x 23.5 ซม.

Nespresso เครื่องชงกาแฟ รุ่น Pixie C Range เป็นเครื่องชงกาแฟที่ได้รับความนิยมมากครับ ผมคิดว่าน้อยคนนัก ที่จะไม่รู้จักเครื่องชงกาแฟ ที่เป็นแบรนด์ดังมาก ๆ อย่าง Nespresso ซึ่งแบรนด์นี้ เป็นแบรนด์ที่อยู่ในการดูแลของ Nestlé นั่นเอง

เครื่องชงกาแฟ Nespresso รุ่น Pixie นี้ เป็นเครื่องชงกาแฟแบบแคปซูล ที่มาพร้อมกับเทคโนโลยี Thermoblock ที่อุ่นเครื่องได้รวดเร็ว ภายในเวลา 25 วินาที เท่านั้นเอง และระบบจะทำการปิดเครื่องโดยอัตโนมัติ หลังจากที่เราไม่ใช้งานแล้ว 9 นาที

นอกจากนั้นแล้ว ตัวเครื่องยังออกแบบมา เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถทำการใส่ และถอดแคปซูลออกมาได้อย่างง่ายดายอีกด้วย และยังสามารถเก็บแคปซูลที่ใช้งานแล้ว ไว้ได้มากถึง 10 อันเลยทีเดียว

อีกทั้ง ตัวเครื่องยังมีไฟ LED เพื่อบอกให้เราได้รู้ระดับของน้ำที่เหลือในเครื่อง และถาดสำหรับวางแก้ว ที่สามารถปรับระดับได้ ที่สำคัญที่สุดนอกจากแบรนด์แล้ว ก็คือการออกแบบดีไซน์ ที่ดูดี มีระดับ เรียบหรู ทันสมัย สามารถใช้เป็นเครื่องประดับถึงความหรูหราในบ้านได้เป็นอย่างดีครับ

จุดเด่น

  • ทำความร้อนได้รวดเร็วมาก ๆ ใช้เวลาแค่ 25 วินาทีเท่านั้น
  • ดีไซน์สวย ทนทาน แข็งแรง หรูหรา ดูดี ด้วยวัสดุโครเมียม และฝาข้างอะลูมิเนียม
  • ใช้งานง่าย ๆ ด้วยปุ่มการทำงานแค่ 2 ปุ่มเท่านั้น
  • สามารถใช้ได้ทั้งครอบครัว ไม่ซับซ้อน
  • ทำงานง่ายขึ้นด้วยปุ่มเพียง 2 ปุ่ม จึงเหมาะกับทุกคนในครอบครัว

6. Nespresso เครื่องชงกาแฟ รุ่น Essenza Mini D Range

Nespresso เครื่องชงกาแฟ รุ่น Essenza Mini D Range

ความจุ : 0.6 ลิตร   ผลิตจาก : พลาสติกคุณภาพดี ใช้งานได้นาน   แรงดันไฟฟ้า : 220-240 โวลต์   ขนาด : L33 x W8.4 x H20.4 ซม.   น้ำหนัก : 2.3 กก.   แรงดัน : 19 บาร์

Nespresso เครื่องชงกาแฟ รุ่น Essenza Mini D Range เป็นเครื่องชงกาแฟแบบแคปซูล อีกหนึ่งรุ่น ที่อยากจะแนะนำให้เพื่อน ๆ อย่างยิ่งครับ เครื่องชงรุ่นนี้ มีขนาดเล็ก กะทัดรัด นำ้หนักเบาแค่ 2.3 กิโลกรัม เท่านั้นครับ

Essenza Mini D Range นี้ ดีไซน์แบบมินิมอล มีความดูดี หรูหรา มีสไตล์มาก ๆ เคลื่อนย้ายง่าย ตั้งตรงจุดไหนของบ้านก็ดูดี การใช้งานก็ง่ายดาย ถ้าเพื่อน ๆ นำไปวางตกแต่งในบ้าน หรือในห้องครัว ก็เหมาะสมมาก ๆ

โดยรุ่นนี้นะครับ สามารถทำกาแฟ เอสเพรสโซ (40 มล.) และ ลุงโก้ (110 มล.) ได้ไม่ต่างกับเครื่องชงกาแฟอัตโนมัติเลยล่ะครับ ไม่ควรพลาดเครื่องชงกาแฟรุ่นนี้ ด้วยประการทั้งปวง

จุดเด่น

  • ดีไซน์แบบมินิมอล มีความดูดี หรูหรา มีสไตล์
  • น้ำหนักเบา ขนาดเล็ก กะทัดรัด เคลื่อนย้ายง่าย ง่ายต่อการจัดวางในห้องครัว
  • การใช้งานง่าย สะดวก แค่กดปุ่มโปรแกรม แล้วกดปุ่มขนาดที่ต้องการ ก็ได้แล้ว
  • มีโหมดประหยัดพลังงานหลังใช้งานเพียง 3 นาที
  • เมื่อผ่านไป 9 นาที ถ้าไม่ได้ใช้งาน เครื่องจะปิดอัตโนมัติ

7. เครื่องชงกาแฟ Philips HD7457

เครื่องชงกาแฟ Philips HD7457

      เวลาในการต้มสำหรับหนึ่งเหยือก : 10 นาที   ความจุแท้งค์น้ำ : 1.2 ลิตร   ความยาวสายไฟ : 0.85 ม.  แรงดันไฟฟ้า : 220 – 240 V   ความถี่ : 50 – 60 เฮิร์ตซ์

เครื่องชงกาแฟ Philips HD7457 คือ เครื่องชงกาแฟแบบดริปจากแบรนด์ที่โด่งดังมากอย่าง PHILIPS เครื่องรุ่นนี้สามารถวัดระดับน้ำในหม้อต้มได้ จึงมีความสามารถในการกะปริมาณน้ำ ว่าต้องใช้ประมาณไหนในการชงแต่ละครั้ง

นอกจากนั้นครับ เมื่อเราจะดื่มกาแฟ พอเรายกเหยือกออกมาจากแท่นวางตรงบริเวณตัวเครื่อง ระบบป้องกันน้ำหยดจะเริ่มทำงาน ทำให้ไม่มีปัญหากาแฟหกเลอะเทอะ มากวนใจของเราเลย ดีมาก ๆ

สำหรับขนาดของตัวเครื่อง แม้จะมีขนาดเล็กกะทัดรัด แต่สามารถชงกาแฟได้มากพออตัว ชงได้ถึง 1.2 ลิตรหรือตั้งแต่ 2-15 แก้วเลยทีเดียว ตัวเครื่องผลิตด้วยพลาสติก และอะลูมิเนียม ทำให้การดูไซน์ดูดี เรียบหรู สวยงามในราคาที่จับต้องได้

จุดเด่น

  • ดีไซน์สวย ทันสมัย โดดเด่นด้วย สแตนเลส บริเวณหน้าตัวเครื่อง ตัดด้วยสีดำ
  • มีเทคโนโลยีการตรวจจับระดับน้ำ ที่แสดงระดับน้ำในหม้อต้มน้ำได้
  • มีระบบการป้องกันน้ำหยด โดยจะหยุดการทำงานของการหยดของกาแฟทันที เมื่อยกกาออกมาเพื่อรินกาแฟ

8. เครื่องชงกาแฟ Delonghi แบบ Combi รุ่น BCO420

Delonghi แบบ Combi รุ่น BCO420

      กำลังไฟ : 1750 วัตต์   ความจุแทงค์น้ำ : 1.8 ลิตร   ความจุโถกาแฟ : 10 แก้ว   แรงดัน : 15 บาร์

เครื่องชงกาแฟ Delonghi แบบ Combi รุ่น BCO420 รุ่นนี้สำหรับเพื่อน ๆ ที่อยู่ในวงการนักดื่มกาแฟนั้น คงไม่มีใครไม่รู้จักแบรนด์ Delonghi แน่นอน เรียกได้ว่าเป็นแบรนด์ที่อยู่อันดับต้น ๆ เลยก็ว่าได้

เครื่องชงรุ่นนี้ มีความเมาะสมอย่างยิ่งครับ สำหรับผู้ที่ต้องการ เครื่องชงกาแฟแบบเอสเปรสโซ แต่ก็อาจจะมีความกลัวว่า จะซับซ้อน ยุ่งยาก อาจจะใช้ไม่เป็นอย่างแน่นอน เลยคิดว่า ไม่ซื้อดีกว่า

เพื่อน ๆ ไม่ต้องห่วงเรื่องนั้นครับ เพราะว่า Delonghi ได้ทำให้ง่ายสำหรับนักดื่มกาแฟตัวจริงครับ โดยรวม เครื่องชงเอสเปรสโซ กับเครื่องชงแบบดริป มาไว้ในเครื่องเดียวกันเลยคราวนี้ สบายเราเลยครับ

สำหรับเวลาปกติ ๆ ในชีวิตประจำวัน เพื่อน ๆ ก็ใช้เป็นชงแบบดริปไปง่าย ๆ ไป แต่พอเวลาไหน อยากจะเป็นบาริสต้า เพื่อน ๆ ก็ทำการเปลี่ยนไปเป็นเครื่องชงแบบเอสเปรสโซได้เลย เพิ่มความสนุกไปอีก

ในส่วนของสเปคของเครื่องชงทั้งสองแบบนั้น ต้องบอกว่ายอดเยี่ยมเลยนะ ด้วยแรงดัน 15 บาร์ ในส่วนของเอสเปรสโซ มาพร้อมกับก้านทำฟองนม และขนาดของเหยือกแบบดริป ที่จะมีปริมาณกาแฟได้มากถึง 10 ถ้วย

และข้อเด่นอีกอย่างคือ การประหยัดพื้นที่ครับ เพื่อน ๆ ไม่ต้องซื้อมา 2 เครื่องครับ ซื้อเครื่องนี้เครื่องเดียว ครบครัน เพียบพร้อมเลย เป็นเครื่องชงกาแฟ ที่ควรจะมีไว้ติดบ้านจริง ๆ ครับ

จุดเด่น

  • ในแทงค์น้ำจะมี ” ชาโคคาร์บอน” เพื่อช่วยในการกรองน้ำให้สะอาด
  • มีหัวตีฟองนมสดสำหรับใช้ทำคาปูชิโน
  • สามารถชงกาแฟได้ทั้งแบบกาแฟผง และแบบ PODS
  • มีระบบป้องกันน้ำหยด สำหรับ Drip coffee มาให้
  • ช่องใส่ผงกาแฟสำหรับทำ Drip coffee จะอยู่บริเวณด้านหน้า เพื่อสะดวกในการเติม
  • มีที่วางแก้ว พร้อมกับไฟแสดงการทำงาน
  • มีรับประกันมาให้ 1 ปี

9. Duchess เครื่องชงกาแฟ รุ่น CM5000B

Duchess เครื่องชงกาแฟ รุ่น CM5000B

      ความจุขนาด : 1.5 ลิตร   แรงดันน้ำ : 15 บาร์   ขนาด : L28 x W16 x H20 ซ.ม.   น้ำหนัก : 3.8 ก.ก.

Duchess รุ่น CM5000B รุ่นนี้ครับ เป็นเครื่องชงกาแฟแบบอัตโนมัติครับ นอกจากจะชงได้ทั้งเอสเปรสโซ คาปูชิโนและลาเต้แล้ว ตัวเครื่องนี้มีระบบหม้อต้มน้ำแบบพิเศษ Thermoblock ที่สามารถทำให้น้ำร้อนได้เร็วมาก และทั่วถึงกันทั้งหม้อต้ม

รวมทั้งยังมีแรงดันที่มีพลังถึง 15 บาร์ ที่จะทำให้รสชาติกาแฟที่ออกมาเข้มข้น กลมกล่อม อร่อยเหาะ และแถมท้ายด้วยฟังก์ชั่นการตีฟองนมด้วย

อีกอย่างหนึ่งคือ แม้แต่อุณหภูมิของแก้ว ก็จะส่งผลต่อรสชาติของกาแฟที่ชงออกมาอีกด้วย สำหรับเครื่องชงกาแฟรุ่นนี้ เพื่อน ๆ ไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องอุณหภูมิเลยนะครับ เพราะบริเวณด้านบนของตัวเครื่อง จะเป็นเพลทสำหรับอุ่นแก้ว ทำให้แก้วกาแฟอุ่นอยู่เสมอ พร้อมเสิร์ฟได้ทุกเวลาที่ต้องการดื่ม

ไม่ต้องกังวลเรื่องการเสียรสชาติของกาแฟเลย ในเรื่องของการดูแลรักษาเครื่องนั้น อาจจะยากกว่าเครื่องชงกาแฟในแบบอื่น ๆ อยู่บ้าง แต่สำหรับรสชาติกาแฟ เหนือกว่าอย่างเห็นได้ชัดเลยครับ

จุดเด่น

  • ทำเครื่องดื่มได้หลากหลายชนิด ทั้ง Espresso, Cappuccino, Latte, Macchiato หรือ Mocha
  • ตัวเครื่องทำมาจากสแตนเลส และพลาสติกเนื้อหนา ทนทาน แข็งแรงมาก
  • ทำฟองครีมเนื้อละเอียด ฟูนุ่ม ได้ตามต้องการ
  • ระบบหม้อต้มแบบ Thermoblock ที่จะทำให้น้ำร้อนเร็วยิ่งมากขึ้น ด้วยความร้อนจากทุกทิศทาง
  • สามารถถอดล้างทำความสะอาดได้ง่าย และสะดวกมาก

10. Wacaco รุ่น Minipresso NS

Wacaco รุ่น Minipresso NS

      ความจุ : 70 มล.  ความดันเฉลี่ย : 8 บาร์   ความจุถังน้ำ : 70 ml   น้ำหนักโดยรวม : 350 กรัม   ใช้ร่วมกันได้ : แคปซูล/ฝักNespresso

Wacaco รุ่น Minipresso NS นี้ เป็นเครื่องชงกาแฟเอสเปรสโซแบบแคปซูล ที่แสดงให้เราได้เห็นว่า เครื่องชงกาแฟไม่จำเป็นว่าจะต้องอยู่ที่บ้าน ที่ทำงาน หรือต้องอยู่ที่ร้านกาแฟสดเท่านั้น ถึงแม้ว่าหน้าตามันจะดูเป็นเครื่องชงกาแฟ แต่น้ำหนักเบาอย่างกับไม่ใช่เครื่องชงกาแฟอย่างนั้นแหละ

น้ำหนักของเครื่องชงกาแกรุ่นนี้ หนักแค่ 350 กรัมแค่นั้นเอง และยังสามารถจุน้ำได้ 70 มิลลิลิตรเลยทีเดียว ทำให้เราไม่พลาดในการดื่มกาแฟ ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน เราก็สามารถดื่มได้อย่างชิว ๆ และที่สำคัญยังใช้กับแคปซูลอย่าง Nespresso อีกด้วยนะ สุดยอดมาก

ที่น่าสนใขอีกอย่างหนึ่งคือ แทนที่มันจะใช้ไฟฟ้าเหมือนเครื่องรุ่นอื่น ๆ แต่เครื่องรุ่นนี้ใช้งานได้ง่ายกว่านั้นมาก แค่ใส่แคปซูลเข้าไปในกระบอก แล้วใช้แรงมือค่อย ๆ กดปุ่มตรงกลางเบา ๆ ทำอย่างนี้เพื่อดันกาแฟในแคปซูล ให้ไหลออกจากตัวเครื่อง ไปยังแก้วที่เราวางไว้ แค่นี้ก็เรียบร้อยง่ายมาก

ด้วยความง่าย และสะดวกสบายเช่นนี้ ทำให้เราสามารถพกกาแฟส่วนตัว ออกไปเที่ยวยังสถานที่ต่าง ๆ ได้ และจะได้ดื่มกาแฟชิว ๆ ทุกเมื่อตามที่ใจเราต้องการ

จุดเด่น

  • มีการเพิ่มแรงอัดให้มากกว่ารุ่นเก่า สำหรับการสกัดกาแฟ จากเดิม 8 bar (116psi) พอรุ่นใหม่จะเป็น 18 bar (260psi)
  • ดีไซน์ใหม่สวยงาม มีขนาดเล็กลง และเพิ่มผิวรอยหยัก ทำให้จับถนัดมือไม่ลื่น
  • แทงค์น้ำสามารถบรรจุน้ำร้อนได้มากยิ่งขึ้น
  • มีแปรงแถมมาให้ เพื่อใช้ทำความสะอาดซอกเล็กซอกน้อยให้สะอาด

วิธีการเลือกเครื่องชงกาแฟสด

สำหรับวิธีการเลือกเครื่องชงกาแฟสดที่เราจะมาแนะนนำในวันนี้นั้น ก่อนอื่นผมอยากจะแนะนำเรื่องสำคัญในการเลือกซื้อกันก่อนนะ ต้องบอกว่ามีเรื่องที่เพื่อน ๆ อาจแปลกใจ และเรื่องที่เราอาจจะมองข้ามไปด้วย ซึ่งรายละเอียดต่าง ๆ จะมีดังนี้ครับ

1. เลือกเครื่องชงกาแฟจากชนิดของเครื่องชงกาแฟ

สำหรับเครื่องชงกาแฟนั้น ถ้าจะพูดถึงเครื่องชงกาแฟแบบแรก ๆ ที่นึกออกเลย คงจะเป็นเครื่องชงกาแฟแบบดริปแน่นอน แต่ในความเป็นจริงเครื่องชงกาแฟก็ยังมีมากมาย หลายประเภทที่คุณสมบัติแตกต่างกัน ตรงจุดนี้ก็ขอให้เพื่อน ๆ เลือกตามความชอบ และความสะดวกสำหรับแต่ละคนแล้วกันนะครับ

เครื่องชงกาแฟแบบดริป

เครื่องชงกาแฟสดยี่ห้อไหนดี 2017

เครื่องชงกาแฟแบบแรกที่ผมจะพูดถึงคือ เครื่องชงกาแฟแบบดริปครับ เครื่องชงกาแฟแบบนี้เรียกได้ว่า เป็นเครื่องชงกาแฟที่คนรู้จักกันมากสุด เราเพียงแค่วางกระดาษกรองลงไป จากนั้นก็ตักผงกาแฟบดใส่ลงบนกระดาษกรองนั้น สุดท้ายเปิดน้ำร้อนให้ไหลผ่านลงไป แค่นี้ก็เสร็จแล้ว ง่ายมาก ๆ

เมื่อได้กาแฟดริปออกมาเรียบร้อยแล้ว เราก็จะนำไปเก็บไว้ในเหยือกที่ทำทาจากแก้ว หรืออาจจะเป็นสแตนเลสก็ได้ ซึ่งในแต่ละแบบนั้น จะมีความแตกต่างกันในเรื่องของการรักษาอุณหภูมิ

สำหรับเพื่อน ๆ คนไหนที่ชอบดิ่มกาแฟทันทีที่ดริปเสร็จ ผมอยากแนะนำให้ใช้เป็นเหยือกแก้วนะครับ เพราะจะเก็บได้ดีกว่า แต่ถ้าคนไหนไม่ได้รีบดื่ม จะนั่งทำงานสักพักแล้วค่อยมารินดื่ม แบบนี้ใช้เหยือกสแตนเลสจะเก็บอุณหภูมิได้นานกว่านั่นเอง

ต่อมาครับ อีกสิ่งหนึ่งที่เราต้องพิจารณาด้วย นั่นก็คือ ตัวกรองกาแฟหรือ Dripper ครับ ในส่วนนี้ก็จะมีแบบกรองจากช่องเดียว หรือแบบกรองออกมาจากหลายช่อง ถ้าใช้เป็นแบบกรองช่องเดียว เราจะกรองกาแฟออกมาได้รสแบบเข้มข้น หอม กลมกล่อม แต่ใช้เวลานาน

แต่ถ้าเรากรองแบบหลายช่อง ตรงนี้จะสามารถกรองออกมาได้เร็วกว่า และจะได้รสชาติกาแฟที่ดื่มได้ง่าย ถ้าเพื่อน ๆ มีตัวกรองอยู่แล้ว อยากใช้กับเครื่องดริป เพื่อน ๆ ต้องดูให้ดีนะครับว่า สามารถใช้กับเครื่องได้กรือเปล่า

นอกจากตัวเครื่องชงกาแฟ ที่จะทำให้รสชาติกาแฟที่ออกมาแตกต่างกันแล้ว ในส่วนของกาแฟที่เรานำมาดื่ม ก็สำคัญในการกำหนดรสชาติด้วยเหมือนกันนะ ถ้าเพื่อน ๆ คนไหนอยากสนุกสนานเพลิดเพลินกับการชงกาแฟแบบง่าย ๆ สบาย ๆ ให้ซื้อกาแฟที่บดแล้วมาใส่ แบบนี้จะสะดวกมาก ๆ

แต่ถ้าคนไหนอยากแบบพิถีพิถันหน่อย ผมขอแนะนำให้ซื้อเมล็ดกาแฟมาเลย เอามาบดเองก่อนที่จะเอาไปดริป ทำแบบนี้จะได้สรชาติกาแฟที่สดใหม่มากครับ

เครื่องชงกาแฟแบบแคปซูล

เครื่องชงกาแฟแคปซูล

มาพูดถึงเครื่องชงกาแฟแบบที่ 2 กันครับ คือ เครื่องชงกาแฟแบบแคปซูล การใช้งานก็แสนะง่ายดาย เพียงแค่เรากดปุ่มเพียงปุ่มเดียวเท่านั้น เราก็จะได้กาแฟสด แสนอร่อยมาดื่มอย่างสบายชิว ๆ เหมาะกับช่วงเวลารีบ ๆ ในช่วงเช้าเป็นอย่างยิ่งเลย ใครที่ชอบความง่าย ๆ สบาย ๆ เร็ว ๆ เครื่องชงกาแฟแบบนี้ตอบโจทย์คุณแน่นอน

ในส่วนของผงกาแฟที่ได้บรรจุอยู่ในแต่ละแคปซูล ปริมาณดังกล่าวเป็นปริมาณที่เหมาะสมในการชงกาแฟเลย เราจึงไม่ต้องยุ่งยากในการตวงกาแฟให้ได้ปริมาณที่พอเหมาะ และไม่ต้องกลัวว่าเราจะทำผงกาแฟหกจนต้องเสียเวลาทำความสะอาดครับ

ข้อดีอีกอย่างหนึ่งครับ ของเครื่องชงกาแฟแบบนี้ คือ สามารถเช็ตลงเครื่อง และยังสามารถทำความสะอาดได้อย่างง่ายดายกว่าแบบอื่น ๆ ทีเดียว และในปัจจุบันครับกาแฟมีรสชาติให้เราได้เลือกรับประมาณมากมายหลายรสมาก ๆ ทำให้เราสนุกสนานและเพลิดเพลินกับการดื่มกาแฟมากยิ่งขึ้น

เครื่องชงกาแฟแบบไซฟอน

เครื่องชงกาแฟแบบไซฟอน

เครื่องชงกาแฟตัวต่อไปคือ เครื่องชงกาแฟแบบไซฟอน (Syphon) เครื่องชงกาแฟแบบนี้ จะเปป็นกาารชงกาแฟอย่างดูดีมีไสตล์ จุดเด่นของเครื่องชงกาแฟแบบไซฟอนนั้น จะทำให้เราได้มองเห็นทุกช่วงเวลาที่กาแฟถูกสกัดออกมาเลย

และในส่วนของตัวเครื่องชงกาแฟนั้นก็ดูดี มีเอกลักษณ์ สวยงาม น่ามอง สามารถตั้งโชว์ในบ้านเพื่อความสวยงามได้เลย แต่ว่าในส่วนของการใช้งานนั้น จะเป็นการกรองกาแฟด้วยแรงดันไอน้ำ ซึ่งการใช้งานค่อนข้างซับซ้อนและยากกว่าเครื่องชงแบบอื่น ๆ จึงไม่ค่อยเหมาะกับการชงกาแฟแบบธรรมดาทั่ว ๆ ไป

แต่ถึงการใช้งานอาจจะยากไปซักนิด แต่ในเรื่องความปลอดภัยนั้น สบายใจได้ครับ ถึงยังไงเครื่องชงกาแฟแบบไซฟอน ก็ถือว่ามีความน่าสนใจไใ่น้อย และอยากให้นักดื่มกาแฟทุก ๆ คน ได้ลองสัมผัสกันดูครับ

เครื่องชงกาแฟแบบเอสเปรสโซ

เครื่องชงกาแฟแบบเอสเปรสโซ

มาถึงตัวที่น่าสนใจที่สุดกันบ้างนะครับ เครื่องชงกาแฟแบบเอสเปรสโซหรือ เครื่องชงกาแฟสด ที่เรารู้จักกันนั่นเอง โดยจะมีอยู่ 2 แบบนะครับ คือ แบบแมนนวลที่เรานั้น ต้องทำการใส่ผงกาแฟพ็อดลงไปเอง และอีกแบบ คือ แบบอัตโนมัติครับ ที่เราต้องบดเมล็ดกาแฟเอง ไปจนถึงชงออกมาเองด้วย หรือ บางแบบจะมี Dripper มาด้วย

จะเห็นได้ว่า เป็นเครื่องกาแฟที่เราสามารถเลือกได้หลายรูปแบบเลย ทำให้เราได้รู้ว่าไม่ได้แค่ทำเอสเปรสโซได้อย่างเดียว แต่ยังสามารถทำอย่างอื่นได้อีกด้วย

สำหรับเครื่องชงกาแฟแบบเอสเปรสโซนี้ เป็นเครื่องชงกาแฟที่ใช้เทคโนโลยีการผลิตที่สูงกว่าชนิดอื่น การเลือกซื้อโดยพิจารณาจากราคาของเครื่อง ก็ถือว่าเป็นมาตรฐานในการตัดสินใจที่ดีเลยทีเดียวครับ ถ้าหากต้องการดื่มกาแฟที่รสชาติดี อร่อย กลมกล่อม ผมอยากแนะนำให้พิจารณาจากราคา 10,000 บาทขึ้นไป และดูค่าแรงดันในการกรองกาแฟในระดับ 9 บาร์ขึ้นไปด้วยนะครับ

2. ลักษณะอื่น ๆ ของเครื่องชงกาแฟที่ควรพิจารณา

ในการเลือกเครื่องชงกาแฟ นอกจากจะเลือกจากชนิดเครื่องชงกาแฟที่เราชอบแล้ว เกณฑ์ต่อไปที่เราควรพิจารณาก็คือสไตล์การดิ่มกาแฟของตัวเรานั่นเองครับ ว่าเรามีสไตล์แบบไหน และอะไรที่จะเหมาะกับเรา

ขนาดของเครื่องชงกาแฟ และปริมาณกาแฟที่สามารถบรรจุได้

เครื่องชงกาแฟออโต้ ยี่ห้อไหนดี pantip

ด้วยความที่เครื่องชงกาแฟนั้น เราต้องวางไว้ในห้องครัว หรือในมุมที่เราต้องการ เพื่อให้ไม่เกะกะขวางทาง หรือทำให้เราไม่สะดวก เราจึงต้องหามุมที่เหมาะสมสำหรับวางให้เรียบร้อย เพราะฉะนั้นก่อนจะซื้อเครื่องชงกาแฟ นอกจากจะดูพื้นที่ในการวางแล้ว ยังต้องดูขนาดของเครื่องด้วยว่าเหมาะสมหรือไม่

และในส่วนของปริมาณการบรรจุของเหยือกที่เหมาะสมนั้น เราสามารถคำนวนได้คร่าว ๆ ประมาณว่าดูจำนวนคนที่ดื่ม กับประมาณที่ดื่มต่อคน โดยกาแฟจำนวน 1 แก้วนั้นจะมีปริมาณ 140 ml จากข้อมูลดังกล่าวเราจะสามารถหาริมาณบรรจุที่เหมาะสมกับเครื่องชงกาแฟของเราได้นั่นเอง

ความง่ายในการดูแลรักษาเครื่องชงกาแฟ

เครื่องชงกาแฟ ดีที่สุดในโลก

ถ้าเครื่องชงกาแฟที่เราใช้งานอยู่ทุก ๆ วัน เป็นเครื่องชงกาแฟที่ดูแลรักษาได้ยาก เราก็คงจะมีคว่ทรู้สึกว่า ขี้เกียจล้างทำความสะอาดใช่มั้ยครับ ดีไม่ดีไม่เอาออกมาใช้ดีกว่าจะได้ไม่ยุ่งยาก ดังนั้นครับ ก่อนที่เราจะตัดสินใจซื้อเครื่องชงกาแฟแบบไหนมา เราต้องดูก่อนครับว่าสามารถถอดออกมาล้างทำความสะอาดได้ง่ายมั้ย เพราะถ้าง่ายเราก็จะอยากนำออกมาใช้ และไม่ยุ่งยากในการล้างทำความสะอาดด้วย

และที่สำคัญที่จะลืมไม่ได้เลย คือ เราต้องดูให้ดีครับว่ามีบริการหลังการขายด้วยหรือไม่ ถ้าเครื่องมีปัญหาเราจะได้ส่งซ่อมได้อย่างสะดวก รวมทั้งศึกษาเพิ่มเติมว่า ถ้าเครื่องของเรามีอะไหล่แตกหักเสียหาย เราจะหาซื้อมาเปลี่ยนได้หรือไม่ การใช้งานของเราจะได้อย่างไม่ต้องกังวลครับ

เคล็ดลับสำหรับการชงกาแฟให้อร่อยกลมกล่อม

สำหรับเพื่อน ๆ คนไหนที่ได้ทราบข้อมูลทั้งหมดไปแล้ว และได้ซื้อเครื่องชงกาแฟสด มาใช้งานแล้วนั้น ตอนนี้ผมก็จะมีเคล็ดลับในการชงกาแฟสดให้อร่อยมาฝากสักเล็กน้อย ส่วนใครที่ซื้อมาใช้งานได้ระยะนึงแล้ว ต้องการรู้เคล็ดคลับด้วย ได้เลยครับ เรามาลองดูไปพร้อม ๆ กันได้เลย

1. กาแฟที่เราชงครั้งแรกนั้น ถือว่าเป็นแค่การทดสอบการชงกาแฟเท่านั้น

เครื่องชงกาแฟสดยี่ห้อไหนดี 2019 pantip

เมื่อเราได้ตัดสินใจซื้อเครื่องชงกาแฟที่เราคิดว่าเหมาะกับเรามาเรียบร้อยแล้ว ก่อนที่เราจะใช้งานจริง ๆ ก่อนอื่นเราต้องมาทดสอบการชงก่อน เนื่องมาจากว่า กาแฟจะมีลักษณะเฉพาะตัว คือมีความสามารถดูดซับกลิ่นรอบ ๆ ตัวของมันมาได้

เมื่อเราชงกาแฟออกมารอบแรก กาแฟนั้นก็จะมีกลิ่นใหม่ของเครื่องชงกาแฟ ติดออกมาพร้อมกับกาแฟด้วย ถ้าหากเราต้องการจะได้รสชาติของกาแฟดั้งเดิม ไม่มีผิดเพี้ยนไป ให้เราเริ่มดื่มกาแฟจริง ๆ จากการชงครั้งที่ 2 เป็นต้นไป ทำแบบนี้จะได้รสชาติกาแฟของแท้ และดั้งเดิมครับ

จากนั้นครับ ถ้าเป็นไปได้นะครับ ให้เราเปิดน้ำร้อนเปล่า ๆ ลงผ่านเครื่องชงกาแฟทุกครั้ง เพื่อเป็นการกำจัดกลิ้นกาแฟเก่าที่ยังตกค้างอยู่ที่เครื่องให้หมดไป และยังเป็นการช่วยอุ่นเครื่อง ช่วยในการปรับอุณหภูมิโดยรวมของเครื่องชงกาแฟด้วย

การทำทั้งหมดที่กล่าวมานั้น เพื่อจะได้กาแฟที่มีอุณหภูมิที่ถูกต้อง และยังได้รสชาติของกาแฟที่อร่อย กลมกล่อม พร้อมดื่มอีกด้วยครับ

2. ใช้วิธีเปิด-ปิดเครื่องเพื่อทดแทนฟังก์ชันการอบผงกาแฟก็ได้

เครื่องชงกาแฟสดยี่ห้อไหนดี 2018

ในส่วนของการกรองกาแฟออกมา เพื่อให้ได้รสชาติที่ดีมาก ๆ นั้น ขั้นตอนที่สำคัญมาก ๆ ที่ไม่ควรมองข้ามเลยก็คือ การอบพักกาแฟเอาไว้ในน้ำร้อนซักระยะเวลาหนึ่ง

มีวิธีง่าย ๆ ในการรับมือกับเรื่องนี้ได้ โดยการที่เราปิดเครื่องทันทีที่กาแฟเริ่มที่จะไหลลงมา อบผงกาแฟไว้ประมาณ 20 – 30 วินาที หลังจากนั้นเราก็เปิดเครื่องให้ทำงานตามปกติได้เลย

ด้วยวิธีดังกล่าว เราจะได้รสกาแฟที่ที่แตกต่างออกไป อย่างเห็นได้ชัดเลย โดยที่เราไม่ต้องใช้อุปกรณ์เพิ่มเติม ให้ยุ่งยากมากความ วิธีนี้ทำตามได้ง่าย ๆ ไม่ยุ่งยากเลยครับ

3. การอุ่นกาแฟทิ้งเอาไว้นาน ๆ ไม่ใช่สิ่งที่ดี

เครื่องชงกาแฟ ราคาไม่เกิน 10000

ในส่วนของเครื่องชงกาแฟที่มาฟังก์ชั่นการอุ่นกาแฟมาให้นั้น มีข้อดีตรงที่จะทำให้เราได้ดื่มกาแฟร้อน ๆ ทุกเมื่อที่เราต้องการดื่ม แต่การอุ่นนานมากเกินไป จะส่งผลให้กาแฟข้นมาขึ้น และเสียนสชาติในที่สุด

โดยเฉพาะอย่างยิ่งครับ เครื่องชงกาแฟที่จะมีตัวอื่นกาแฟมาให้ ตรงบริเวณด้านล่าง ทางที่ดีที่สุดในการแก้ปัญกานี้นะครับ คือ เราควรทำกาแฟออกมาในปริมาณที่พอเหมาะกับที่เราดื่ม อย่าทำมากจนเกินไป เพราะมันจะเหลือ ทำออกมาในปริมาณที่เหมาะ จะได้ดื่มการแฟที่เสร็จใหม่ ๆ จะรู้สึกดีกว่าครับ

สรุป

เพื่อน ๆ ก็คงจะได้ข้อมูลในการเลือกซื้อ เครื่องชงกาแฟ ยี่ห้อไหนดี 2021 กันไปแล้วนะครับ ซึ่งข้อมูลบางอย่าง ผมก็ได้อ่านเจอมาจาก เครื่องชงกาแฟ ยี่ห้อไหนดี pantip ด้วย เครื่องชงกาแฟ 10 อันดับที่เรานำมาฝากนั้น มีหลากหลายแบบเลย แบบไหน ๆ ก็สามารถทำกาแฟรสชาติอร่อย ๆ ออกมาได้ครับ ถ้าเรารู้เคล็ดลับ และลองฝึกทำบ่อย ๆ

พอคุณมีฝีมือที่ดีมาก ๆ ชงกาแฟได้อร่อยเหาะแล้ว ต่อไปคุณก็จะสนุกเพลิดเพลินกับการหาเมล็ดกาแฟที่คุณชื่นชอบ มาชงกินเองที่บ้านอย่างเพลิดเพลินเลยครับ เมื่อทำกาแฟอร่อย ๆ ดื่มอย่างมีความสุข คุณก็จะทำงาน และใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างมีความสุขเช่นกัน

อย่างไรแล้วผมก็ขอฝากบทความนี้ เพื่อให้เพื่อน ๆ นำข้อมูลไปประกอบการตัดสินใจในการซื้อเครื่องชงกาแฟสด ที่เพื่อน ๆ ชอบกันได้เลยนะครับ และอย่าดื่มมากจนเกินไปด้วยนะครับ เป็นห่วงสุขภาพทุกคนครับ

About the Author: Tangthon

สวัสดีครับ ผมตังค์ทอนครับ ยินดีต้อนรับสู่ Blog Tangthon.com นะครับ บล็อกนี้ผมตั้งใจนำเสนอบทความต่าง ๆ ที่น่าสนใจ และเป็นประโยชน์ต่อเพื่อน ๆ ครับ ไม่ว่าจะเป็น แนะนำที่พักที่ได้รับความนิยม, แนะนำสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ รวมทั้งบทความในเรื่องอื่น ๆ ที่น่าสนใจอีกหลายหัวข้อครับ อยากให้ติดตามกันนะครับ แค่แวะมาก็ดีใจแล้วครับ

You might like