10 เครื่องชงกาแฟ 2 หัว ยี่ห้อไหนดี ปี 2024 คุณภาพเยี่ยม ใช้งานได้สะดวก

เครื่องชงกาแฟ 2 หัว ยี่ห้อไหนดี

เครื่องชงกาแฟ 2 หัว เป็นเครื่องชงกาแฟชนิดหนึ่ง ที่จะมาเป็นผู้ช่วยของเพื่อน ๆ ในการชงกาแฟแสนอร่อยในทุก ๆ เช้า ซึ่งจะทำให้เราได้กาแฟแสนอร่อยมาอย่างง่ายดาย สะดวกสุด ๆ ครับ อีกทั้ง เพื่อน ๆ ก็ยังจะได้ลิ้มรสชาติที่แสนอร่อย และได้สัมผัสกับกลิ่นหอม ๆ ของเมล็ดกาแฟคุณภาพเยี่ยม ที่เพื่อน ๆ ชื่นชอบได้ตามต้องการเลย ลองคิดดูแล้วกันครับ ว่าวันนั้นจะเป็นที่แสนสุขมากแค่ไหน

นอกจากจะชงกาแฟดื่มที่บ้านแล้ว มี เครื่องชงกาแฟ 2 หัว ไว้ที่ออฟฟิศ ก็เป็นอะไรที่ดีมาก ๆ เช่นกัน วันนี้ครับ ตังค์ทอน จะมาแนะนำ 10 อันดับ เครื่องชงกาแฟ 2 หัว ยี่ห้อไหนดี คุณภาพดี เป็นรุ่นที่ได้รับความนิยม รวมทั้งจะมาแนะนำวิธีการเลือกซื้อให้ทราบด้วย จะมีเครื่องชงกาแฟรุ่นไหน น่าสนใจบ้างนั้น ไปติดตามกันได้เลยครับ

วิธีการเลือกซื้อเครื่องชงกาแฟ 2 หัว ต้องดูอะไรบ้าง?

เครื่องชงกาแฟ 2 หัว ราคาถูก

ก่อนที่เราจะเลือกซื้อ เครื่องชงกาแฟ มาใช้งาน เรามาดูวิธีการเลือกซื้อกันก่อนนะครับ ว่าเราต้องดูอะไรบ้าง รายละเอียดจะมีดังต่อไปนี้

1. เลือกจากขนาดของ Boiler

อย่างแรกเลย ต้องพิจารณาในการเลือก Boiler คือ ความจุของ Boiler ซึ่งจะแตกต่างกันอย่างนี้ครับ โดย Boiler ขนาดเล็ก มีขนาดอยู่ที่ 300 cc แบบนี้จะเหมาะกับร้านกาแฟเล็ก ๆ ลูกค้าไม่มาก จะสามารถบริการได้ Boiler ขนาดกลาง มีขนาดประมาณไม่เกิน 2 ลิตร จะเหมาะกับร้านกาแฟที่มีลูกค้า ประมาณ 3 – 5 คน และ แบบขนาดใหญ่เลย 6.5 ลิตร ขึ้นไป ใช้ในร้านกาแฟที่ใหญ่และมีลูกค้าเข้ามาจำนวนมากนั่นเองครับ

2. เลือกจากคุณสมบัติที่มาพร้อมกับเครื่องชงกาแฟ

เครื่องชงกาแฟ 2 หัว นะครับ จะมีส่วนประกอบต่าง ๆ มาให้ เพื่อที่จะได้ชงกาแฟได้สมบูรณ์ โดย Coffee Boiler ทำหน้าที่ชงกาแฟและสามารถตั้งค่าอุณหภูมิได้อย่างอิสระ ต่อมาจะเป็น Steam Boiler ทำหน้าที่ต้มน้ำและสตรีมนม ในส่วนของ Pump จะมี 2 รูปแบบนะครับ คือ แบบสั่น และแบบโรตารี่

โดยจะทำหน้าที่จ่ายน้ำเข้าไปในหม้อต้ม และสร้างแรงดันสำหรับสกัดกาแฟ มีจอการแสดงผล สำหรับปรับตั้งค่าและแสดงค่าที่ตั้งไว้ ไม่ว่าจะเป็นอุณหภูมิ ปริมาณในการสกัด เวลา เป็นต้นครับ และก็จะมีหัวจ่ายน้ำร้อน ที่ได้รับกาารออกแบบมาเพื่อลดแรงดัน ช่วยให้น้ำไม่มีการกระเด็นในระหว่างการจ่ายน้ำ และยังช่วยรักษาอุณหภูมิของน้ำให้คงที่ด้วยครับ

3. เลือกจากวัสดุที่ใช้ทำเครื่องชงกาแฟโดยเฉพาะ

เครื่องชงกาแฟ 2 หัว แต่ละรุ่นนั้น จะมีราคาที่แตกต่างกัน เพราะว่า วัสดุที่นำมาผลิตตัวเครื่องนั้นแตกต่างกันนั่นเอง เช่น วัสดุของ Boiler ที่เป็นสเตนเลส จะมีความทนทานต่อการถูกกัดกร่อนของแร่ธาตุในน้ำได้ดีกว่าแบบ Boiler ทองแดง ต่อมาความหนาของโลหะก็ต่างกัน บางชิ้นส่วนอาจจะเป็นพลาสติก

บางรุ่นปิดตัวเครื่องมิดชิด อีกรุ่นเปิดโล่ง ซึ่งต่าง ๆ เหล่านี้ครับ ทำให้มีผลความทนทานที่ต่างกัน ซึ่งรุ่นที่ราคาสูงนั้น นอกจากจะทำกาแฟอร่อยแล้ว ยังทนทาน คุ้มค่าคุ้มราคาครับ

10 อันดับ เครื่องชงกาแฟ 2 หัว ยี่ห้อไหนดี ปี 2024 ดีไซน์เรียบหรู คุณภาพเยี่ยม เหมาะแก่การใช้งาน

1. เครื่องชงกาแฟ ETZEL รุ่น SN6570

เครื่องชงกาแฟ ETZEL รุ่น SN6570

ราคา 9,985 บาท

ดีไซน์ทันสมัย ฟังก์ชั่นครบ กลั่นกาแฟได้อย่างเพอร์เฟค

เครื่องชงกาแฟ ETZEL รุ่น SN6570 เครื่องชงกาแฟ 2 หัว ที่ได้รับการออกแบบดีไซน์มาอย่างสวยงาม เรียบหรู ดูดี ใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ มาพร้อมกับหัวชมขนาด 58 มิลลิเมตร มีระบบตัดน้ำอัตโนมัติ ตัวเครื่องชงกาแฟรุ่นนี้ จะมีเกจบอกแรงดันขณะใช้งาน พร้อมกับระบบตัดน้ำเองอัตโนมัติ ในส่วนของตัวปั๊ม จะมีแรงดันสูงถึง 20 บาร์ พร้อมใช้งาน และยังสามารถปรับตั้งค่าปริมาณน้ำที่นำมาชงกาแฟได้ตามความต้องการ

อีกทั้งมีฟังก์ชันตีฟองนมให้เนียนนุ่มได้ จากแผงควบคุมบริเวณหน้าเครื่องได้อย่างง่ายดาย สำหรับเครื่องชงกาแฟรุ่นนี้นอกจากจะสามารถชงกาแฟได้อร่อยมาก ๆ แล้ว ก็ยังสามารถกลั่นชาได้อีกด้วยครับ หลังจากที่เพื่อน ๆ ใช้งานเครื่องชงกาแฟเสร็จแล้ว เพื่อน ๆ สามารถถอดถาดรองน้ำทิ้งออกมาได้ง่าย และสามารถถอดล้างทำความสะอาดได้อย่างสะดวกง่ายดายด้วย เป็นเครื่องชงกาแฟที่เหมาะแก่การใช้งานมาก ๆ เลยครับ

2. เครื่องชงกาแฟกึ่งอัตโนมัติ Gemilai CRM3200D

เครื่องชงกาแฟกึ่งอัตโนมัติ Gemilai CRM3200D

ราคา 19,900 บาท

ควบคุมอุณหภูมิแม่นยำ ทนทานแข็งแรง ชงกาแฟได้มากสุด 120 ถ้วย/ชั่วโมง

เครื่องชงกาแฟกึ่งอัตโนมัติ Gemilai CRM3200D เครื่องชงกาแฟคุณภาพดีนำเข้าจากประเทศอิตาลี ขนาดของตัวเครื่อง 40 X 34.5 X 50 เซนติเมตร ภายในตัวเครื่องชงกาแฟรุ่นนี้ ใช้ปั๊มแรงดัน 15 บาร์ มีหม้อต้ม 2 ชนิด ขนาด 500 มิลลิลิตรและ 1000 มิลลิลิตร สามารถสกัดกาแฟด้วยมาตรฐานสูงสุด ทำให้ได้กาแฟที่รสชาติแสนอร่อย ด้วยหม้อต้มขนาด 1L-1600W นี้ จะช่วยปั่นนมได้แรงมากและสม่ำเสมอ

สะดวกมากในการเตรียมอาหารด้วยนมกระป๋อง เช่น กาแฟร้อน กาแฟนมร้อน ช็อกโกแลตร้อน ชาเขียวร้อน ต่อมา มีถังบรรจุน้ำขนาดใหญ่ 1.7 ลิตร ซึ่งตรงจุดนี้นะครับ สามารถถอดออกมาทำความสะอาดได้ง่าย หัวฉีดมีทั้งหมด 4 รู ถูกออกแบบให้สามารถหมุนได้ 360 องศา สามารถชงกาแฟได้มากสุด 120 ถ้วย/ชั่วโมง เป็นเครื่องชงกาแฟที่ใช้งานได้ดีมาก ๆ เหมาะแก่การใช้งานทั้งที่บ้าน ออฟฟิศ และร้านกาแฟทั่ว ๆ ไปเลยครับ

3. เครื่องชงกาแฟคุณภาพสูง Breville รุ่น BES920 XL

เครื่องชงกาแฟคุณภาพสูง Breville รุ่น BES920 XL

ราคา 49,000 บาท

แข็งแรงทนทาน สกัดเอสเปรสโซ่แม่นยำ ได้รสชาติเข้มข้น

เครื่องชงกาแฟคุณภาพสูง Breville รุ่น BES920 XL มาพร้อมกับเทคโนโลยีคุ้มเข้มกว่าใครในตระกูล ออกแบบโดยแชมป์บาริสต้าโลก ดีไซน์สวยงาม หรูหรา สำหรับองค์ประกอบภายในตัวเครื่องจะมี 2 Boiler นะครับ โดยทำมาจากวัสดุสเตนเลสเกรด A และมีแรงดันที่คงที่ มาพร้อมระบบ Prefusion แบบแรงดันต่ำ ช่วยในการเพิ่มประสิทธิภาพการสกัดกาแฟเอสเพรสโซ่ได้เข้มข้น หัวจ่ายน้ำร้อน ถูกออกแบบมาเพื่อลดแรงดัน

การจ่ายน้ำไม่กระเด็นและรักษา T คงที่ มีถังบรรจุน้ำขนาด 2.5 ลิตร เติมได้จากช่องด้านบน โดยใช้วัสดุเป็นโพลีคาร์บอเนตเกรดดีและมีวาล์วกันน้ำรั่ว ภายนอกมีจอ LCD แสดงผลค่าที่ตั้งไว้ ใช้งานได้อย่างสะดวก ไม่ว่าจะเป็นเวลา อุณหภูมิ ปริมาณในการสกัด และหัวสตีมจ่ายไอน้ำปริมาณสูง BALL JOINT สามารถปรับหมุนได้ 360 องศา ถ้าเพื่อน ๆ กำลังมองหา เครื่องชงกาแฟ 2 หัว ประสิทธิภาพสูงสุดหรูหรา ไม่ควรพลาดรุ่นนี้ครับ

4. เครื่องทำกาแฟอัตโนมัติ อูก้า ULKA-S72 Home

เครื่องทำกาแฟอัตโนมัติ อูก้า ULKA-S72 Home

ราคา 25,199 บาท

ตัวเครื่องกะทัดรัด แรงดัน 19 บาร์ มาพร้อมกับหังชง 3 หัว

เครื่องทำกาแฟอัตโนมัติ อูก้า ULKA-S72 Home เครื่องชงกาแฟขนาดกะทัดรัด น่าใช้งาน มาพร้อมกับ 3 หัวชง 1 หัวสตีมนม และ 1หัวน้ำร้อน รวมทั้งหมดจะมีจำนวน 5 หัว ที่แยกกันทำงานอย่างอิสระ น้ำหนักของตัวเครื่องชงกาแฟ 13 กิโลกรัม ซึ่งเรียกได้ว่า เป็นเครื่องชงกาแฟ 2 หัว ขนาดกลาง ภายในตัวเครื่องจะมีปั๊มน้ำ 1 ปั๊ม และมี Boiler จำนวน 2 ตัว ที่แยกการทำงานกันอย่างอิสระ สำหรับถังน้ำ

บรรจุน้ำได้มากถึง 1.7 ลิตร อีกทั้ง ยังมีระบบการแจ้งเตือนในกรณีน้ำหมดมาด้วย ทำให้เกิดความปลอดภัยในการใช้งาน เครื่องชงกาแฟรุ่นนี้นะครับ สามารถรองรับปริมาณเมล็ดกาแฟได้ 250 กรัมเลยทีเดียว เป็นเครื่องบดกาแฟในตัว และมีระบบแจ้งเตือนเมื่อกาแฟเต็มมาให้ภายในตัวเครื่องอีกด้วย สำหรับเครื่องรุ่นนี้ มีการรีวิวที่ดีมาก ๆ ถ้าเพื่อน ๆ กำลังต้องการมีเครื่องชงกาแฟคุณภาพดีไว้ใช้งาน รุ่นนี้เป็นตัวเลือกที่ดีครับ

5. เครื่องชงกาแฟ Nuova simonelli appia life compact

เครื่องชงกาแฟ Nuova simonelli appia life compact

ราคา 99,000 บาท

ชงกาแฟได้มากกว่า 250 แก้วต่อวัน และมีระบบป้องกันการสูญเสียความร้อน

เครื่องชงกาแฟ Nuova simonelli appia life compact เครื่องชงกาแฟ 2 หัวคุณภาพดี ดีไซน์สวยงาม ตัวเครื่องทำมาจากสเตนเลสและ ABS มีน้ำหนัก 42.5 กิโลกรัม แข็งแรง ทนทาน ใช้งานได้เป็นอย่างดี

มาพร้อมกับขาตั้งตัวเครื่อง โดยสามารถปรับระดับความสูงตรงขาตั้งได้ทั้ง 4 ขาเลย ต่อมา ในส่วนของแผงควบคุมจะเป็นปุ่มกดซิลิโคน ที่สัมผัสนุ่มมือมาก ๆ หม้อต้มในคัวเครื่องมีขนาด 7.5 ลิตร มีความเสถียรสูง

สามารถรองรับการชงกาแฟได้มากกว่า 250 แก้วต่อวันเลยครับ ตัวก้านสตรีมนม จะสามารถปรับหมุนได้ถึง 360 องศา รวมทั้ง ยังสามารถปรับระดับปริมาณน้ำได้ตามใจต้องการเลย นอกจากนี้นะครับ

เครื่องชงกาแฟรุ่นนี้ ก็ยังมีระบบป้องกันหม้อต้มสูญเสียความร้อนด้วย ทำให้สามารถรักษาอุณหภูมิภายในตัวเครื่องได้อย่างคงที่ ทำให้ประหยัดพลังงานได้เป็นอย่างดีเลยครับ เครื่องชงกาแฟรุ่นนี้ตอบโจทย์การใช้งานในทุก ๆ ด้านครับ

6. De’Longhi เครื่องชงกาแฟเอสเพรสโซ่ Stilosa รุ่น EC230.BK

De'Longhi เครื่องชงกาแฟเอสเพรสโซ่ Stilosa รุ่น EC230.BK

ราคา 5,990 บาท

ทันสมัยสวยงาม มีหัวตีฟองนม ใช้ได้ทั้งกาแฟผงและ PODS

De’Longhi เครื่องชงกาแฟเอสเพรสโซ่ Stilosa รุ่น EC230.BK เครื่องชงกาแฟดีไซน์สวยงาม จากแบรนด์ดังจากประเทศอิตาลี มีขนาดที่กะทัดรัด น่าใช้งาน 20.5 x 34.3 x 28.5 เซนติเมตร น้ำหนักเพียง 5 กิโลกรัม ได้รับการออกแบบมาอย่างหรูหราทันสมัย นอกจากเป็นเครื่องชงกาแฟแล้ว ยังสามารถจัดวางได้ในทุก ๆ ที่ เพื่อสร้างความสวยงามในตัว มาพร้อมกับก้านชงกาแฟที่จับได้กระชับ ถนัดมือ ใช้งานได้อย่างสะดวก

ภายในประกอบไปด้วย ถังบรรจุน้ำความจุ 1 ลิตร หม้อต้มทำจากสเตนเลส แรงดันน้ำสูง 15 บาร์ ต่อมา จะมีหัวตีฟองนมแบบสแตนเลส สามารถใช้ทำคาปูชิโน่ได้ อีกทั้ง ยังสามารถถอดถาดรองน้ำหยดออกได้ เพื่อที่เพื่อน ๆ อาจจะต้องการเพิ่มเนื้อที่การใช้งาน ในส่วนของแก้วน้ำที่มีความสูง 11 เซนติเมตรให้วางบนแท่นวางแก้วได้อีกด้วย ถ้าเพื่อน ๆ กำลังมองหาเครื่องชงกาแฟ ที่ใช้งานได้อย่างคุ้มค่า ราคาไม่แพง รุ่นนี้ตอบโจทย์เลยยครับ

7. SKG เครื่องชงกาแฟสด รุ่น SK-1208

SKG เครื่องชงกาแฟสด รุ่น SK-1208

ราคา 2,799 บาท

ใช้ได้กับเมล็ดกาแฟคั่วบด และกาแฟ pod สะดวก ง่ายต่อการใช้งาน

SKG เครื่องชงกาแฟสด รุ่น SK-1208 เครื่องชงกาแฟทรงสวย สามารถทำเครื่องดื่มได้หลายชนิด เหมาะสำหรับบ้าน สำนักงานและร้านกาแฟ เครื่องชงกาแฟแบรนด์ดัง SKG รุ่นนี้ มาพร้อมกับ ถังจุน้ำ 1.5 ลิตร และแรงดันน้ำ 20 บาร์ ภายในตัวเครื่อง ใช้วัสดุสเตนเลส และตัวเครื่องด้านนอก จะใช้เป็นพลาสติกเนื้อหนา แข็งแรง ทนทานมาผลิต ทำให้มีความทนทาน มีระบบไอน้ำ ทำฟองนมมีลูกบิดปรับแรงดันเพื่อเพิ่มความละเอียด

ให้ฟองนมหนา นุ่ม เนียน ได้สัมผัสดีเยี่ยม และสามารถใช้ทำเครื่องดื่มได้หลายชนิด ไม่ว่าจะเป็น Espresso, Cappuccino, Latte, Macchiato, Mocha หรือ Tea แท้งก์น้ำ และถาดรองกาแฟ ถอดล้างทำความสะอาดได้ง่ายและสะดวก และมีระบบไอน้ำ ทำน้ำร้อน หรือ อุ่นเครื่องดื่มอื่นให้ร้อน เช่น ชา, กาแฟ, นม หรือ ช็อคโกแลต ไม่ว่าเวลาไหน ก็สามารถดื่มเครื่องดื่มอุ่น ๆ ได้เสมอ สำหรับเครื่องชงกาแฟรุ่นนี้ น่าสนใจไม่น้อย ซื้อไว้ใช้งาน รับรองว่าคุ้มค่าครับ

8. Gemilai เครื่องชงกาแฟอัตโนมัติ ขนาดหัวชง 58 mm.

Gemilai เครื่องชงกา

ราคา 6,590 บาท

คุมอุณหภูมิน้ำได้แม่นยำ ถังเก็บน้ำขนาดใหญ่ ฟังก์ชั่นครบ

Gemilai เครื่องชงกาแฟอัตโนมัติ ขนาดหัวชง 58 mm. ตัวเครื่องและอุปกรณ์ ทำจากสแตนเลส และพลาสติกเนื้อหนา คุณภาพเยี่ยม แข็งแรง ทนทาน มีการดีไซน์มาอย่างสวยงาม จัดวางได้อย่างเหมาะสมทุกจุด มาพร้อมกับ ระบบไอน้ำ ทำฟองนมมีลูกบิดปรับแรงดันเพื่อเพิ่มความละเอียด ให้ฟองนมหนา นุ่ม เนียน ได้สัมผัสดีเยี่ยม มีระบบไอน้ำ ทำน้ำร้อน หรือ อุ่นเครื่องดื่มอื่นให้ร้อน เช่น ชา, กาแฟ, นม หรือ ช็อคโกแลต

มีปุ่มกดอัตโนมัติ และไฟแจ้งสถานะ สะดวก ง่ายต่อการใช้งาน อีกทั้งยังมีหัวฉีดไอน้ำที่หมุนได้ 360 องศา สามารถตั้งเวลาในการชงกาแฟ รวมถึงควบคุมอุณหภูมิของน้ำสำหรับชงกาแฟได้อย่างคงที่ สร้างสรรค์เครื่องดื่มได้หลายชนิด ทั้ง Espresso, Cappuccino, Latte, Macchiato, Mocha และ Tea เมื่อใช้เสร็จสามารถถอดล้างทำความสะอาดได้ง่าย เครื่องชงกาแฟรุ่นนี้นอกจากจะประสิทธิภาพดีแล้ว ราคายังไม่แพงด้วยครับ

9. เครื่องชงกาแฟ BS boss ปั๊มแรงดัน 20bar

เครื่องชงกาแฟ BS boss ปั๊มแรงดัน 20bar

ราคา 2,499 บาท

คุณภาพดี มีแรงดัน 20 บาร์ ชงกาแฟได้หลากหลาย

เครื่องชงกาแฟ BS boss ปั๊มแรงดัน 20bar ขนาดตัวเครื่อง 18 x 25 x 30 เซนติเมตร มาพร้อมกับความจุของถังบรรจุน้ำ 1.5 ลิตร มีแรงดันน้ำสูงถึง 20 บาร์ ในส่วนของหม้อต้มนะครับ จะใช้อุณหภูมิในการสกัดกาแฟ อุณหภูมิประมาณ 93 องศาเซลเซียส และอุณหภูมิในการสตรีมนมอยู่ที่ประมาณ 110 องศาเซลเซียส ซึ่งจะทำให้ฟองนมที่ตีออกมาได้ มีความเนียนนุ่ม ช่วยให้กาแฟที่ชงมีความอร่อย กลมกล่อม น่าดื่มเป็นอย่างยิ่ง

รวมทั้งก็ยังมี การออกแบบดีไซน์ภายนอกตัวเครื่องนั้น จะมีไฟไฟแสดงสถานะความพร้อมของการทำงาน รวมไปถึงการป้องกันน้ำหยดอีกด้วย สำหรับเครื่องชงกาแฟรุ่นนี้นะครับ มีการรีวิวไปในทางที่ค่อนข้างดี และเพื่อน ๆ หลายคน ที่เคยซื้อเครื่องชงกาแฟ 2 หัว คุณภาพดี ราคาประหยัดรุ่นนี้มาใช้งาน ต่างชื่นชอบกันมาก และสามารถใช้งานได้อย่างไม่มีปัญหาอีกด้วยครับ ด้วยราคาเพียงแค่นี้ ไม่ซื้อถือว่าพลาดอย่างแรงครับ

10. Barsetto เครื่องชงกาแฟบด เครื่องชงกาแฟแบบบูรณาการ

Barsetto เครื่องชงกาแฟบด เครื่องชงกาแฟแบบบูรณาการ

ราคา 12,800 บาท

มีเซนเซอร์ที่แม่นยำ ควบคุมอุณหภูมิได้คงที่ ทำโฟมนุ่มเนื้อเนียนอัตโนมัติ

Barsetto เครื่องชงกาแฟบด เครื่องชงกาแฟแบบบูรณาการ ราคาประหยัด มีเซนเซอร์แม่นยำ ทำโฟมนุ่มเนียน ควบคุมอุณหภูมิให้คงที่ตลอดเวลา สำหรับเครื่องชงกาแฟรุ่นนี้นะครับ มีความพิเศษอย่างหนึ่งนะครับ คือ มีนวัตกรรมที่ใช้ในการทำงานอย่างยอดเยี่ยมนะครับ โดยการใช้เซนเซอร์ที่มีความแม่นยำ ในการบดเมล็ดกาแฟที่สม่ำเสมอ ช่วยให้เพื่อน ๆ มั่นใจได้เลยนะครับว่า เม็ดกาแฟจะไม่หมดในขณะที่กำลังบดอยู่

สามารถทำโฟมนมได้นุ่มมาก ๆ เนื้อเนียนละเอียด แบบอัตโนมัติสำหรับการทำเมนูกาแฟลาเต้ มีระบบในการควบคุมอุณหภูมิภายในเครื่อง เป็นระบบการทำความร้อนแบบคู่ ที่มีความเสถียรในการรักษาอุณหภูมิให้คงที่นั่นเอง ซึ่งในส่วนนี้จะเป็นการทำความร้อนแบบอิสระ 2 ระบบ นอกจากนั้น น้ำหนักตัวเครื่องประมาณ 10.8 กิโลกรัม ซึ่งเป็นขนาดที่พอเหมาะกะทัดรัด จัดวางได้ในทุก ๆ มุม เป็นเครื่องชงกาแฟอีกหนึ่งรุ่นที่ฟังก์ชั่นครบถ้วนดีมากครับ

บทส่งท้าย

การมีเครื่องชงกาแฟไว้ใช้งาน จะช่วยให้เราสามารถลิ้มรสกาแฟสุดแสนอร่อยได้ทุกเมื่อที่เราต้องการ ถ้าใครที่กำลังมองหาเครื่องชงกาแฟไว้ใช้งานในบ้าน หรือภายในออฟฟิศ สามารถเลือกจาก 10 อันดับทีเรานำมาฝากได้เลยนะครับ การซื้อออนไลน์ สะดวกสบายมาก ๆ เลยครับ

About the Author: Tangthon

สวัสดีครับ ผมตังค์ทอน ผู้ที่มีความสนใจของใช้ต่าง ๆ ทั้งภายในบ้าน และนอกบ้าน เพราะเป็นของใช้ที่มีประโยชน์ ช่วยอำนวยความสะดวกได้ดี และใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน ผมจึงอยากเขียนรีวิวแนะนำสินค้าต่าง ๆ รวมทั้งแนะนำวิธีการเลือกซื้อเพื่อให้ผู้ที่สนใจและกำลังมองหาสินค้านั้น ๆ ได้ทราบ เพื่อที่จะได้นำไปใช้ในการตัดสินใจ ให้สามารถเลือกได้ง่ายยิ่งขึ้น สิ่งไหนดี สิ่งไหนน่าใช้ ยี่ห้อไหนดี รุ่นไหนดีที่สุด สามารถหาคำตอบได้ จากในบทความเลยครับ

You might like