รีวิว Fuji X-T20 กล้องเล็ก แต่ใจใหญ่ ถ่ายรูปสวย น่าซื้อ และน่าใช้ปี 2019

รีวิว Fuji X-T20

มาทำความรู้จักกับ Fuji X-T20 กล้องเล็ก แต่ใจใหญ่ ซักหน่อยนะครับ โดยราคาของกล้องรุ่นนี้ถูกสุดน่าจะประมาณ 22,995 บาท ในขณะที่ไม่กี่วันข้างหน้านั้น X-T30 ก็กำลังจะเปิดตัวครับ น่าจะ 14 กุมภาพันธ์ครับ

อันที่จริงแล้วนั้น Fuji X-T20 ประกันศูนย์ราคาไม่ได้ถูกอะไรมากมายนะ น่าจะ 28,990 บาท แต่ถ้าเราซื้อประกันร้านจะได้ราคา 2 หมื่นต้น ๆ น่าจะได้

แต่ว่าถ้าเราจะรอ X-T30 ขั้นต่ำน่าจะมาประมาณราคา 34,990 บาท แต่ถ้าซื้อพร้อมเลนส์ ราคาจะประมาณ 37,990 บาท ราคานี้อ้างอิงจากราคาเปิดตัวของ X-T20 ครับ

แต่ถ้ามีงบเยอะหน่อย ผมแนะนำเป็น X-T30 นะ ในระยะยาวใช้ไปเลย 5 ปี ถ้ามีงบจำกัดแล้วล่ะก็ X-T20 นี่ก็เหลือ ๆ แล้วครับ ประสิทธิภาพดี ไม่ได้ด้อยแต่อย่างใดครับ

อ่านเพิ่มเติม : กล้อง Mirrorless ยี่ห้อไหนดี รุ่นไหนดี ถ่ายรูปสวยๆ ราคาไม่แพง 2019

Fujifilm X-T20 KIT 18-55mmFujifilm X-T20 KIT 18-55mm

เซ็นเซอร์ X-Trans CMOS III ความละเอียด 24.3 MP
X-Processor Pro
โฟกัส 325 จุด พร้อม Custom Sitting
วิดีโอ 4K ที่ 30 fps
หน้าจอสัมผัสขนาด 3 นิ้ว
฿27,890

รายละเอียดต่าง ๆ ของกล้อง Fuji X-T20

สเปคกล้อง Fuji X-T20

  • 24.3MP APS-C X-Trans CMOS III Sensor
  • X-Processor Pro Image Processor
  • 2.36m-Dot Electronic Viewfinder
  • 3.0″ 1.04m-Dot Tilting Touchscreen LCD
  • UHD 4K Video Recording at 30p
  • Built-In Wi-Fi
  • Extended ISO 51200, Shooting to 14 fps
  • 91-Point AF with Custom AF-C Settings
  • Film Simulation for Photos and Videos

ประสิทธิภาพ

ประสิทธิภาพรูปจาก photofleem.com

ถ้าเอาไปเทียบกับกล้องในยุคปัจจุบันนะครับ เจ้า X-T20 ยังถือได้ว่ายังใช้งานได้ดีมาก ๆ อยู่นะครับ กล้องมันยังคงทำงานได้อย่างรวดเร็วเหมือนเดิม ต่างจากมือถือครับ ที่ใช้งานไปประมาณปีนึงมันก็จะช้าแล้ว แต่กล้องยังทำงานได้ดีดังเดิม

กล้องยังเร็วไม่เปลี่ยนนะครับ แค่กล้องที่ออกใหม่มาอย่างรุ่น X-T30 หรือต่างค่ายก็ตัว Sony A6400 จะทำงานเร็วกว่านั่นเองครับ ตามสมัยล่ะครับ กล้องรุ่นใหม่เขาก็ต้องทำออกมาได้ดีกว่ารุ่นเก่าอยู่แล้ว

สามารถถ่ายรูปได้สวยเหมือนกัน

ต่อให้เป็นกล้องมือถือเราสามารถถ่ายรูปออกมาให้สวยได้ครับ การถ่ายรูปจะสวยไม่สวย ขึ้นอยู่กับฝีมือการถ่ายรูปของเราเอง

เพราะฉะนั้น ไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องนี้นะครับ เพราะกล้องที่เก่ากว่ารุ่น X-T10 เราก็สามารถถ่ายรูปได้สวยเหมือนกันครับ อาจมีความแตกต่างในเรื่องรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ครับ กล้องที่เป็นรุ่นใหม่ จะคมชัดกว่ารุ่นเก่าเป็นธรรมดาอยู่แล้ว เพราะว่ามีการลด Noise ที่ดีขึ้นมานั่นเอง

แต่ว่าอันที่จริงแล้ว ไม่ว่าจะเป็นรูปจากกล้องตัวไหนของฟูจิ เช่น xa5 xt100 xpro2 xt3 .. ถ้าเรามองจริง ๆ ก็คงมองไม่ออกหรอกครับว่ามาจากกล้องรุ่นไหนบ้าง

แต่สิ่งที่เห็นได้ชัดเลยคือ ประสิทธิภาพกล้อง และฟีเจอร์ต่าง ๆ ที่อยู่ในกล้องมากกว่าครับ

ประสิทธิภาพ

Fujifilm x-t20 มือสอง

รูปจาก photofleem.com

มันเป็นกล้องที่ตัวเล็ก

เจ้า X-T20 เป็นกล้อง Mirrorless ที่มีขนาดค่อนข้างเล็กเลย เพราะฉะนั้นการจับถืออาจจะไม่ค่อยเต็มมือเท่าไร แต่คนที่ถนัดกล้องเล็ก ๆ ก็คงจะรู้สึกธรรมดาครับ

และกล้องรุ่นนี้ครับ จะไม่ค่อยเหมาะกับตัวเลนส์ที่มีขนาดใหญ่ เวลาเอาเลนส์ใหญ่มาใส่มันจะดูไม่ค่อยสมดุลครับ

ทางแก้ก็มีนะครับ เราก็แค่หาซื้อกริปมาใส่เข้าไป จะช่วยให้การจับถือดีขึ้น ในขณะที่ตัวกล้องก็ไม่ได้ใหญ่ขึ้นมาก ยังดูเล็กเหมือนเดิม

Fuji xt20 ราคาปัจจุบัน 2019

สอนใช้กล้อง Fuji xt20รูปจาก photofleem.com

ในส่วนของกริปตัวนี้ยี่ห้อ MEIKE MK-XT20G ดีมาก ๆ ไม่มีปัญหานิ้วติดเลนส์เลย ราคา 1,350 บาท ใช้ดีทีเดียว ถ้าเกิดจะซื้อเลนส์ใหญ่มาเสริม จะต้องซื้อกริปมาช่วยนะครับ

ในการใส่กริปจะช่วยให้การจับถือถนัดขึ้นดีมาก และก็ไม่ได้ทำให้กล้องดูใหญ่ขึ้นนะครับ จะอยู่เล็ก ๆ พกพาง่ายเหมือนเดิมเลย

ช่องมองภาพ EVF ขนาดเล็กมาก

ปกติแล้วไม่ค่อยจะได้ใช้ EVF เลยครับ มันเล็กมากเลยทำให้มองได้ไม่ค่อยถนัดเท่าไร มองจอ LCD ก็ชัดเจนดี รู้สึกถนัดในการใช้งานกว่าอีกครับ

ถ้าเกิดใครที่ชอบมอง EVF จะต้องใช้กล้องที่รุ่นใหญ่ ๆ กว่านี้นะครับ เจ้า X-T20 มันดูได้ไม่เต็มตาครับ แต่ถ้าถามว่ามีปัญหามั้ย ต้องบอกว่าไม่มีครับ เพราะผมมักจะใช้งาน LCD เป็นหลัก

แต่ว่า! การจับกล้องโดยที่ตาไปแนบกับช่องมองภาพ EVF ลักษณะท่าทางการจับกล้อง จะช่วยให้กล้องดูมีความมั่นคงมากขึ้น นิ่งขึ้น ใช้เลนส์ไม่มีกันสั่น ภาพที่ได้จะมีความนิ่งมากขึ้น

แต่ถ้าเลนส์มีกันสั่นอยู่แล้วก็แล้วไป แต่กันสั่นมันไม่ได้มีอยู่ในกล้องทุกรุ่นน่ะสิครับ

สายชิล ไม่ใช่สายลุย

เจ้า X-T20 ไม่ใช่แนวกันฝุ่นกันน้ำนะครับ ถ่ายรูปทั่ว ๆ ไป เน้นถ่ายรูปในเมือง ถ่ายนู่นนี่นั่นเวลาท่องเที่ยว อันนี้ไม่มีปัญหาเลยครับ

แต่ถ้าสายลุยเที่ยวป่า ถ่ายแนวบู๊แอคชั่น ต้องออกภาคสนาม ลุยน้ำลุยฝน กล้องรุ่นนี้น่าจะไม่ตอบโจทย์ครับ ไม่น่าไหว

ถ้าถามว่าถ่ายไม่ได้หรอ จริง ๆ มันก็ถ่ายได้นะ ถ้าโดนน้ำนิด ๆ หน่อย ๆ ไม่เป็นไรครับ เพราะเคยโดนฝนตอนที่วิ่งลุยฝนแล้ว หลบไม่ทันครับ ก็ไม่ได้เป็นอะไรเลย

แต่ผมหลบไม่ได้แค่บางครั้งครับ แต่ถ้าลุยบ่อย ๆ เลย อันนั้นกล้องน่าจะรับไม่ไหวครับ แต่ถ้าชื่นชอบแบบลุย ๆ จริง ๆ ต้องใช้เป็น X-T2 X-T3 จะตอบโจทย์ดีกว่าครับ

fuji xt20 ราคาปัจจุบันรูปจาก photofleem.com

X-T20 ทนมั้ย

ถึงแม้ว่ากล้องรุ่นนี้จะไม่ได้เป็นกล้องแบบสายลุย แต่ถ้าดูแลรักษาดี ๆ สภาพตัวกล้องก็จะดีอยู่ครับ ไม่มีปัญหาเรื่องปุ่มพัง หรือยางหลุด เหมือนกับตัว X-T10 เลยครับ

การเก็บรักษากล้องตัวนี้ ผมเก็บกล้องและตัวเลนส์ไว้ในที่กันชื้นตลอดครับ โดยทำการตั้งค่าความชื้นที่ 50 แต่ตอนที่เอาออกไปภาคสนามเท่านั้นนะครับที่ไม่ได้ใส่ตู้กันชื้นไว้

การโฟกัส ไม่ช้า แต่ก็ไม่ได้เร็วมากมาย

ถ้าเรานำไปเทียบกับกล้องที่มีการโฟกัสเร็ว ๆ เจ้า X-T20 จะอยู่ในระดับปานกลางเท่านั้น แต่ถ้าเปรียบเทียบกับพวก X-A ..X-T20 แล้ว ตัว X-T20 จะเร็วกว่าหลายช่วงตัวเลยทีเดียว

แต่ทั้งนี้มันก็ขึ้นอยู่กับว่าเราใช้เลนส์อะไร ถ้าเราใช้เลนส์ตัวเก่า ๆ อย่างตัว 35mm f1.4 การโฟกัสจะช้า ๆ หน่อย แต่ถ้าไปใช้เลนส์รุ่นใหม่อย่าง 23mm f2 การโฟกัสจะรวดเร็วดีมาก ๆ เลยครับ

สรุปได้ว่า การถ่ายรูปทั่วไป ไม่ได้เอาไปใช้ถ่ายกีฬา X-T20 สามารถใช้ได้สบาย ๆ เลย

แต่จริง ๆ แล้ว ก็สามารถถ่ายได้นะครับ สามารถรัวได้สูงสุดที่ 14 รูปต่อวินาที อีกทั้งยังมีโหมดถ่ายติดตาม และ AF-C พร้อมมาก ๆ สำหรับการถ่ายอะไรที่เคลื่อนไหวเร็ว ๆ

เพียงแค่ว่าตอนนี้มีกล้องอื่น ๆ ที่ทำได้ดีกว่ารุ่นนี้ กล้องที่ผลิตมาเพื่อสายกีฬาโดยเฉพาะตอนนี้ก็มีหลายรุ่นครับ

ต้องมีแบตอย่างน้อย 2 ก้อน

แบตของกล้อง X-T20 ตามสเปคแล้วจะสามารถถ่ายได้ 340 รูปต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง แต่ถ้าถ่ายจริง ๆ จะได้ 500 รูปแบตก็ยังเหลืออยู่เลยครับ

แต่ทั้งนี้มันก็ขึ้นอยู่กับการใช้งานกล้องของแต่ละบุคคลด้วย ถ้าเปิด AF-C นี่จะเปลืองแบตเลยครับ นี่คือเหตุผลหลัก ๆ เลยที่ไม่ควรนำไปใช้ถ่ายรูปกีฬา ถึงแม้ว่าจะถ่ายแค่งานเล็ก ๆ ก็ตามครับ การถ่ายงานกีฬาใช้แบต 2 ก้อน ก็อาจจะไม่พอด้วยซ้ำ

ส่วนตัวของผมใช้โหมด A โฟกัสแบบพื้นที่ และ AF-S และเน้นมองจอ LCD ซึ่งมีความประหยัดกว่าการมองผ่าน EVF

ในส่วนของแบตของกล้องตัวนี้ก็อยู่ได้นานนะครับ แต่ไม่ขนาดถ่ายได้ตลอดทั้งวัน ตามปกติผมจะใช้งานถ่ายรูปประมาณ 500 รูป แบตจะเหลืออยู่ที่ 1 – 2 ขีดเลยครับ

แต่เพื่อความไม่ประมาทนะครับ เวลาเอาออกทริปควรพกแบตไป 2 ก้อนครับ

แฟร์ม่วง ไม่ใช่ปัญหา

ถ้าชอบการถ่ายรูปแบบย้อนแสง จะต้องได้เจอกับแฟร์ม่วงแน่ ๆ ครับ แต่ก็ไม่ได้ถ่ายติดได้ง่าย ๆ หรอกนะครับ จะเป็นแค่บางมุมเท่านั้นเองที่จะเป็น

อย่างงานถ่ายรูปอัลบั้มล่าสุดนั้น ถ่ายได้ 500 กว่ารูปเลยครับ มีแฟร์ม่วงอยู่ 6 รูป จะต้องเป็นแบบมุมแบบนี้ ช่วงของแสงก็จะประมาณนี้ ถึงจะติดแฟร์ม่วงครับ

ดังนั้นครับ แฟร์ม่วงไม่ได้เป็นปัญหา ถ้าไม่ได้ถ่ายรูปแบบย้อนแสง โอกาสที่จะเกิดแฟร์ม่วงก็น้อยมาก ๆ เลยครับ

รูปจาก photofleem.com

เลนส์ที่ชอบ

ถ้าเล่นกล้องไปสักพักหนึ่ง จนเริ่มรักกล้องขึ้นมาแล้ว ก็คงคิดที่จะซื้อเลนส์เพิ่มขึ้นมาอีก 1 ตัวแน่นอน ในส่วนของฟูจินั้น ราคาเลนส์ XF เริ่มต้นที่ 6,900 บาท แต่ส่วนใหญ่เลยราคาเลนส์จะขึ้นหลักหมื่นหมดครับ

ถ้ามีงบไม่มาก ก็มีมือหมุนให้เลือกเล่นนะครับ ราคาพันต้น ๆ แค่นั้นเอง ถ่ายรูปแบบละลายหลังสวย ๆ มีให้เลือกใช้มากมายอยู่ครับ

แต่ว่ากล้องของค่ายนี้ยังมีข้อเสียอยู่บ้าง คือ ไม่มีเลนส์เกรดรองให้เล่นครับ ค่ายอื่น ๆ จะมี ระยะยอดฮิตของเลนส์อย่าง 35mm ก็มีราคาอยู่ที่หมื่นขึ้นไปแล้วครับ

ในส่วนของข้อดีครับ คือ เลนส์เกรดระดับโปรของทางฟูจิ เมื่อนำไปเปรียบเทียบราคากับค่ายอื่น ถือได้ว่ามีราคาที่ถูกกว่าเยอะเลย

เลนส์ที่ชอบ

  1. 10-24mm f4 ถ่ายรูปได้มุมกว้างมาก ๆ
  2. 23mm f1.4 สำหรับถ่ายรูปคนเก็บวิวสวย ๆ
  3. 35mm f1.4 ถ่ายคนหน้าละลายหลังสวย เก็บวิวบ้างได้เล็กน้อย

ทั้งนี้ครับ โดยเฉพาะ 23 mm ตัวนี้จะขาดไม่ได้เลย เพราะว่าได้ไปคาเฟ่บ่อย ๆ ความจริงแล้วนะครับ เลนส์ตัวเดียวก็เหลือเฟือกับการถ่ายรูปได้หลาย ๆ อย่างแล้วนะครับ แต่ถ้าอยากถ่ายรูปมุมมองแบบใหม่ ก็ต้องหาอะไรมาเสริมเพิ่มเติมครับ

เลนส์ที่แนะนำ สำหรับมือใหม่หัดเล่นกล้อง

  1. 18mm f2 ถ่ายรูปท่องเที่ยว เน้นเก็บวิว
  2. 60mm f2.4 ถ่ายรูปละลายหลัง ถ่ายมาโครก็ได้

เลนส์สองตัวนี้ราคาไม่เกิน 1 หมื่นนะครับ มือใหม่สามารถหาซื้อไหวครับ

รูปจาก photofleem.com

สายพอร์ทเทรต

ถ้าเล่นกล้องฟูจิ ถือได้ว่ามาถูกทางแล้วนะครับ ในส่วนของไฟล์ JPEG จะถ่ายคนได้สวยมาก ๆ เวลาแต่งรูปจะไม่เหนื่อย RAW ไม่ค่อยดีเท่าไร แต่ก็พอใช้ได้อยู่นะครับ แค่ต้องปรับตัวให้เขากับมันเท่านั้นเอง

แต่ถ้าเราอยากได้เลนส์ที่ถ่ายละลายหลังแบบเยอะ ๆ คงต้องไปฟูลเฟรมเลยนะครับ แต่ว่าไม่ใช่ว่ากล้อง X-T20 จะทำไม่ได้นะครับ แต่ทางฟูจิตอนนี้ยังไม่มีเลนส์ที่จะทำอะไรแบบนั้นได้ครับ

การละลายหลังดี ๆ นะครับ ในตอนนี้จะมี 6 mm f1.2, 90 mm f2 และ 50-140 mm f2.8 จริง ๆ แล้วจะมีละลายหลังได้แบบสุด ๆ อีกตัวก็คือ 200 mm f2 แต่ไม่ค่อยเหมาะที่จะเอามาถ่ายแบบพอร์ทเทรตซักเท่าไรครับ

แต่ได้เท่านี้ก็ถือได้ว่าเพียงพออยู่นะครับ สำหรับการถ่ายแบบละลายหลังสวย ๆ

ในส่วนตัวของผม ไม่ค่อยได้เน้นการถ่ายรูปแบบละลายหลังซักเท่าไร จะเน้นไปในทางการจัดองค์ประกอบซะมากกว่า จะชอบให้เห็นฉากหลังที่สวยงามมากกว่านะครับ ก็เลยใช้ 23mm f1.4 กับ 35mm f1.4 ครับ

ตัว 56mm f1.2 ก็มีด้วยนะ แต่ก็ไม่ค่อยได้ใช้หรอกครับ จะใช้บ้างบางงานเท่านั้น เช่น ถ้าเน้นการถ่ายโบเก้ ระยะ 56 จะสวยงามเลย หรือถ้าสถานที่ตรงนั้นมีคนเยอะ 56 จะช่วยในการละลายคนให้ครับ ไม่ให้เป็นการรบกวนแบบในภาพ

รูปจาก photofleem.com

รับงานได้นะ ต้องเตรียมตัวดี ๆ

X-T20 ตัวนี้มีประสิทธิภาพดีมากอยู่แล้วครับสำหรับงานถ่ายรูป ไม่ว่าจะเป็น การถ่ายรูปรับปริญญา ถ่ายรูปงานแต่งงาน ถ่ายพรีเว้ดดิ้ง ถ่ายรูปแฟชั่น ถ่ายรีวิวสินค้า สามารถทำได้หลายอย่างมาก ๆ

แต่จะถ่ายได้หรือถ่ายไม่ได้ อันนี้ขึ้นอยู่กับฝีมือของคนถ่ายมากกว่านะครับ และถ้ารู้ข้อจำกัดของกล้องด้วยจะดีมาก ๆ เลย

กล้องตัวนี้ถ่ายรูปนิ่งได้สวยงามมีประสิทธิภาพนะครับ แต่ถ้าเอาไปทำงานด้านวิดีโออาจจะไม่ค่อยตอบโจทย์ซักเท่าไร

ไฟล์ JPEG จากกล้องตัวนี้ดีมาก ๆ อยู่แล้วครับ เป็นที่สุดของกล้องเลยด้วย แต่กับ RAW นี่คนละเรื่องเลย ไฟล์ไม่ค่อยสวย การแต่งรูปก็ทำยากอีกด้วย

แต่ว่าทั้งนี้มันก็ขึ้นอยู่กับสูตรการแต่งรูปด้วยนะครับ ถ้าสูตรของเราสามารถเข้ากันได้กับ RAW ของทางฟูจิ มันก็น่าจะออกมาสวยงามได้ครับ

ก่อนที่จะพูดกันถึงเรื่องการรับงานได้นั้น ต้องมาทำความเข้าใจกับตัวกล้องก่อนว่ามีข้อจำกัดอะไรบ้าง สามารถถ่ายงานอะไรได้ ถ่ายงานอะไรไม่ได้ ถ้าเจอสถานการณ์นี้ควรทำยังไง ต้องใช้แฟรชหรือไม่ แสงแบบนี้ควรปรับ F ที่เท่าไร สปีตชัตเตอร์ก็ต้องคำนึงถึงด้วยนะ

จากนั้นมาดูที่ตัวเราครับ เราก่งมั้ยที่จะไปรับงานต่าง ๆ

เกือบลืมไปครับ อีกอย่างนึงก็คือ เลนส์ครับ ตัวกล้องนี้มีประสิทธิภาพสามารถรับงานได้แน่ ๆ ล่ะ แต่เลนส์นี่อีกเรื่องนะครับว่าจะรับงานได้ไหวไหม มุมภาพนี้ควรใช้เลนส์อะไร ประมาณนี้ครับ

ตัวเลนส์เกรด XF ของฟูจิ คมทุกตัวเลยครับ ไม่ต้องห่วงเรื่องนี้เลย ห่วงเรื่องเงินของเราดีกว่าครับ ว่ามีเงินพอซื้อเลนส์หรือไม่ เพราะว่าการถ่ายแต่ละงาน ต้องใช้เลนส์คนละตัวกันครับ ไม่ใช่มีเลนส์ตัวเดียวแล้วจะทำได้ทุก ๆ อย่างนะ

รูปจาก photofleem.com

การควบคุมกึ่ง ๆ Manaul

ในโหมดถ่ายรูปหลัก ๆ P A S จะเป็นกล้องฟิล์มครับ สามารถปรับรูรับแสงได้ที่เลนส์ และสามารถปรับสปีดชัตเตอร์จากปุ่มไดอัลครับ

ประเด็นนี้จะต่างกับกล้องรุ่นทั่ว ๆ ไป รวมทั้ง DSLR เวลาจะเปลี่ยนโหมดต่าง ๆ นะครับ ทำได้แค่เพียงหมุนปุ่มไดอัลอย่างเดียวเลยครับ

แต่เจ้า X-T20 มีโหมดออโต้อยู่ด้วยนะ อย่างถ่ายรูปแบบง่าย ๆ ก็สามารถทำได้นะ และถ้าชอบการปรับแต่งต่าง ๆ ก็ต้องเรียนรู้การใช้งานโหมดอื่น ๆ ไว้ด้วยครับ

สิ่งที่ไม่ชอบอยู่อย่างหนึ่งก็คือ ตอนที่เราต้องการจะเปลี่ยนโหมดแบบถ่ายรัว ๆ เราต้องกดปรับหลายอย่าง เปลี่ยนโหมดโฟกัสไปเป็น AF-C ปรับโฟกัสเป็นแบบไวด์ และหมุนแป้นการถ่ายรัวให้เป็น CH หรือ CL

และถ้าเราอยากจะสลับมาเป็นโหมดเดิม เราต้องมากดอีก 3 ครั้งครับ

แสงน้อยก็ถือว่าดี

อีกหนึ่งคาแรคเตอร์ของกล้องฟูจิคือ ให้ภาพที่มีความสว่าง สวยคมชัด ไม่ใช่แค่รุ่น X-T นะ

โดยเฉพาะเมื่อเราใช้เลนส์ f1.4 f1.2 ในที่ที่มีแสงน้อยได้อย่างสบายหายห่วงเลย

รูปจาก photofleem.com

มือหมุนมันก็จะเหนื่อยหน่อย ๆ

กล้องที่ไม่มีกันสั่น ก็จะไม่ค่อยเหมาะกับมือหมุนซักเท่าไร แต่ก็พอใช้ได้นะ ต้องทำให้มือของเรามันนิ่ง ๆ ซักนิดนึง เพราะการสั่นไหวมันจะมีมากกว่าการถ่ายรูปโดยใช้เลนส์ออโต้โฟกัส

แต่ถ้าเราใช้มือหมุนเลนส์ไวด์ จะไม่มีปัญหาเลยนะครับ ภาพสั่นไหวน้อยมากเลย

รูปจาก photofleem.com

JPEG คือดีที่สุด

โดยส่วนตัวจะชอบไฟล์ JPEG จากกล้องฟูจิมาก ๆ โดยเฉพาะถ้าใช้ถ่ายรูปแบบพอร์ทเทรท ถ้านางแบบมีการแต่งหน้ามา ผิวจะออกชมพูนิด ๆ ครับ แล้วจะออกเป็นผิวสีชมพูอย่างเป็นธรรมชาติครับ

การถ่ายพอร์ทเทรทออกมาเป็นไฟล์ JPEG คือดีมากกกก ดีแบบสุดยอดเลยครับ

แต่ถ้าเกิดเป็นสายแลนด์ ไม่แน่ใจเหมือนกันว่า JPEG มันจะยังดีอยู่ไหม ส่วนใหญ่แล้วน่าจะ RAW กันครับ กรณีนี้คือถ่ายแบบจริง ๆ จัง ๆ นะ

แต่ถ้าถ่ายแลนด์แบบเล่น ๆ ก็พอจะใช้ได้อยู่ครับ แต่ว่าต้องถ่ายออกมาดี ๆ นะ ถ้าถ่ายออกมาไม่ดี แล้วเอามาแก้ทีหลังอันนี้ยากมาก แบบนั้นคงไม่พ้นการถ่าย RAW เลย

รูปจาก photofleem.com

หรือจะรอ X-T30?

Fujiflim X-T30

อยากที่เกริ่นไว้แล้วนะครับ ถ้าพอมีเงินก็รอ X-T30 ก็ได้ แต่ถ้างบน้อยหน่อย ก็ซื้อ X-T20 ก็ไม่เสียหายอะไร

ทั้งนี้ครับก็ขึ้นอยู่กับแต่ละคนนะครับ ว่าจะเอามาทำงานอะไรบ้าง

  • ทำ Vlog มั้ย
  • ทำ Live มั้ย
  • ถ่ายเซลฟี่ด้วยมั้ย

ถ้าทำแค่อย่างใดอย่างนึงที่ได้กว่าวมา รอให้ X-T30 เปิดสเปคมาให้เราดูก่อนว่าสามาถทำได้มั้ย เพราะว่า X-T20 ทำไม่ได้นั่นเอง

สรุป

ส่วนตัวผมมีความสนใจที่จะซื้อเจ้า X-T30 อยู่นะ แต่ก็รอดูว่าสเปคจะเป็นยังไง แต่ในแง่ของการทำงานผมก็ต้องทำงานต่อเนื่องอยู่ดีนะ

แต่ก็มีมอง ๆ รุ่นอื่น ๆ อยู่บ้าง เพราะแต่ละค่ายก็เปิดตัวกล้องมาหลายรุ่นอยู่เหมือนกัน แต่ทั้งนี้คงต้องซื้อมาใช้ล่ะ เพราะศึกษามาละเอียดแล้ว ถือว่าใช้ได้เลยทีเดียว

ส่วนเพื่อน ๆ ถ้ามีงบเหลือเฟือ อันนี้แล้วแต่ตัดสินใจได้เลยนะครับ แต่ถ้างบไม่มากเท่าไร ผมก็อยากแนะนำให้จัด X-T20 ได้เลยครับ

ขอบคุณข้อมูลจาก : https://photofleem.com

About the Author: Tangthon

สวัสดีครับ ผมตังค์ทอนครับ ยินดีต้อนรับสู่ Blog Tangthon.com นะครับ บล็อกนี้ผมตั้งใจนำเสนอบทความต่าง ๆ ที่น่าสนใจ และเป็นประโยชน์ต่อเพื่อน ๆ ครับ ไม่ว่าจะเป็น แนะนำที่พักที่ได้รับความนิยม, แนะนำสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ รวมทั้งบทความในเรื่องอื่น ๆ ที่น่าสนใจอีกหลายหัวข้อครับ อยากให้ติดตามกันนะครับ แค่แวะมาก็ดีใจแล้วครับ

You might like