รีวิว Samsung Gear Fit2 Pro สปอร์ตแบนด์รุ่นใหม่ เอาใจคนรักการออกกำลังกาย

รีวิว Samsung Gear Fit2 Pro

สวัสดีครับ เพื่อน ๆ พอจะเคยได้ยินชื่อสมาร์ทแบนด์สำหรับคนรักสุขภาพมั้ยครับ วันนี้ครับผมจะมาพูดถึงเจ้า Samsung Gear Fit2 Pro กัน เจ้า Samsung Gear Fit2 Pro ตัวนี้เป็นสมาร์ทแบนด์ที่ผลิตมาเพื่อคนรักสุขภาพ และรักการออกกำลังกายโดยเฉพาะเลยครับ

สำหรับสมาร์ทแบนด์รุ่นนี้ มีหน้าจอที่สวยงามมากเลยครับ สนนราคาที่เปิดตัวออกมาก็ประมาณ 6,500 บาทเองครับ แถม Gear Fit2 Pro นี้ ยังมีการอัพเกรดความสามารถใหม่ ๆ อีกเพียบ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบการออกกำลังกายต่าง ๆ การทนน้ำทนฝุ่นได้ถึง 5ATM หรือลงน้ำลึกได้ไกลถึง 50 เมตรเลยทีเดียวครับ

หน่วยความจำภายในตัวเครื่อง สามารถลงเพลงๆด้มากถึง 500 เพลงเลย เยอะมากครับ และยังมีความสามารถเชื่อมต่อ Bluetooth ทำให้เราวิ่งโดยไม่ต้องพกโทรศัพท์มือถือเลยครับ มีเซนเซอร์วัดการเต้นวัดการเต้นของหัวใจ GPS อยู่ในตัว และฟังชั่นอื่น ๆ อีกหลายอย่าง

Gear Fit2 Pro รูปจาก droidsans.com

นับว่า Gear Fit2 Pro มีความน่าสนใจมากจริง ๆ ถ้าเพื่อน ๆ Gear Fit2 Pro แล้ว ต้องการมีรองเท้าวิ่งสักคู่ไว้ออกกำลังกายคู่กัน สามารถเข้าไปเลือก รองเท้าวิ่งยี่ห้อไหนดี 2019 ได้ครับ

แกะกล่อง Samsung Gear Fit2 Pro กันเลย….

Gear Fit2 Pro นี้ครับ มาในดีไซน์จอโค้งแนวตั้งเป็นหน้าจอ Super AMOLED มีสีสันที่สดใส สวยงาม และคมที่สุดในกลุ่มสปอร์ตแบนด์ในขณะนี้เลยครับ ซึ่งรูปแบบการใช้งานนั้นก็ไม่ได้ยากเย็นอะไรเลยครับ ใช้งานง่ายมาก ๆ เพราะเป็นแบบหน้าจอสัมผัสครับ และมีปุ่มอยู่บริเวณด้านข้างของตัวเครื่อง ไว้สำหรับกดย้อนกลับหรือทำการเปลี่ยนเมนูได้ แต่ก่อนจะเริ่มการใช้งาน เราลองมาดูกันก่อนครับ ว่ามีอุปกรณ์อะไรมาให้เราบ้างครับ

แกะกล่อง Samsung Gear Fit2 Pro รูปจาก droidsans.com

ภายในกล่องของ Gear Fit2 Pro นอกจากจะมีตัวเรือนแล้ว ยังมีอแท่นชาร์จแบบแม่เหล็ก และคู่มือสำหรับการใช้งานต่าง ๆ แถมมาในกล่องอีกด้วยครับ

ภายในกล่องของ Gear Fit2 Pro รูปจาก droidsans.com

หลังจากที่เราได้ทำการแกะกล่องออกมาแล้ว เราใช้งานได้เลยไหม ยังครับ ยังใช้ไม่ได้นะ นั่นก็เพราะว่า บริเวณด้านหลังของตัวเครื่องวัดอัตราการเต้นของหัวใจ ยังมีพลาสติกปิดเอาไว้อยู่ครับ เราต้องลอกมันออกก่อนนะครับ ไม่งั้นมันจะไม่สามารถวัดอัตราการเต้นของหัวใจเราได้นั่นเอง

รูปจาก droidsans.com

จากรูปครับ เราจะสังเกตเห็นจุดที่มีสีทอง ๆ อยู่สองจุดครับ นั่นคือขั้วสำหรับชาร์จแบตให้กับเจ้า Gear Fit2 Pro ครับ ส่วนวิธีการชทร์จแบต เราเพียงแค่นำไปวางไว้บนแท่น ก็จะสามารถชาร์จไฟได้แล้วครับ

ชาร์จแบต Gear Fit2 Pro รูปจาก droidsans.com

ในส่วนของการวางเวลาต้องการจะชาร์จ เราจะวางด้านไหนก็ได้ครับ ไม่มีปัญหาเลย เพราะว่า ตรงแท่นชาร์จจะมีขั้วเผื่อไว้ให้เราทั้งสองด้านเลยครับ เราแค่เอาวางลงไปธรรมดา มันก็จะมีแรงดึงดูดของแม่เหล็กเบา ๆ ให้เข้าล็อคครับ

รูปจาก droidsans.com

สำหรับสายของ Gear Fit2 Pro เราสามารถถอดเปลี่ยนได้ครับ วิธีการเปลี่ยนก็ไม่ได้ยากเลย เรากดสวิชแล้วเลื่อนออกมาได้เลยครับ ไม่ต้องใช้ไขควงหรืออะไรมาแงะเลย ซึ่งหลังจากที่ได้ทดสอบดูตัวล็อคนั้น ทำงานได้แน่นหนาดีมากครับ ถึงแม้ว่าจะดูเหมือนแกะง่าย แต่ระหว่างที่เราใช้งาน ไม่มีทางหลุดอย่างแน่นอนครับ ซึ่งในต่างประเทศเห็นมีสายลายสวย ๆ อยู่มากมายเลยครับ

รูปจาก droidsans.com

การเชื่อมต่อระหว่าง Gear Fit2 Pro กับมือถือระบบ Android

หลังจากที่เราได้ทำการเช็คตัวเครื่องเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เราก็มาลองเปิดเครื่องกันเลย Gear Fit2 Pro รองรับภาษาไทยด้วยครับ เราสามารถเลือกได้จากหน้าแรก ตั้งแต่ตอนที่เปิดเครื่องเลยครับ

รูปจาก droidsans.com

สำหรับการเชื่อมต่อกับมือถือนั้น Gear Fit2 Pro ได้ถูกออกแบบมา ให้สามารถใช้กับมือถือที่เป็น Android ไม่ว่าจะยี่ห้อไหน หรือเครื่องไหน ก็สามารถใช้ได้ทั้งนั้นครับ ซึ่งจุดนี้จะต้องมีการติดตั้งแอป Samsung Gear และ Samsung Accessories เพิ่มเติมก่อนครับ ส่วนการใช้งานฟีเจอร์ จะมีมาให้ใช้งานครบเหมือนกับเราใช้งาน Galaxy เลยครับ ดังนั้นแล้วยี่ห้อไหนเป็น Android ก็สามารถเชื่อมโยง Gear Fit2 Pro ได้หมดเลยนั่นเอง

เชื่อมโยง Gear Fit2 Pro รูปจาก droidsans.com

ในส่วนของการเชื่อมต่อ Bluetooth เราจะต้องได้รหัส Passkey มาก่อนนะครับ เมื่อได้ดำเนินการเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็รอการยืนยันอีกนิดหน่อยครับ ครั้งแรกอาจจะดูยุ่งยากเล็กน้อย แต่พอเครื่องมันรู้จักกันแล้ว ต่อไปก็จะเชื่อมต่อได้ง่ายขึ้นมากเลยครับ

การเชื่อมต่อ Bluetooth รูปจาก droidsans.com

พอเพื่อน ๆ ทำการเชื่อมต่อได้แล้ว อย่างแรกที่เราจะต้องตั้งค่าเลย คือ การแจ้งเตือนครับ เราสามารถเลือกได้เลยครับ ว่าเราต้องการให้แอปไหนส่งการแจ้งเตือนมาที่ Gear Fit2 Pro ได้บ้าง ในส่วนนี้ตามความสะดวกของเพื่อน ๆ เลยนะครับ ว่าจะเลือกปิดเปิดแอปไหนบ้าง ซึ่งบางแอปนั้น ยังรองรับการตอบกลับแบบเร็ว ๆ ได้ด้วยครับ เช่น การกด Like หรือการส่ง ๅWmoji กลับไปจากข้อมือของเราเองได้ทันทีเลย

รูปจาก droidsans.com

นอกจากนั้นแล้ว เราก็ยังสามารถเลือกปรับเปลี่ยนหน้าปัด หรือ Watch Face ได้อีกครับ โดยผ่านแอปของ Samsung Gear บนมือถือ ซึ่งในส่วนนี้ครับ มีให้เราเลือกปรับได้อย่างมากมายเลย รวมถึงมีแอปต่าง ๆ ให้เราดาวน์โหลดได้เพิ่มเติมอีก รวมทั้งจะดาวน์โหลดเพลงเราก็สามารถทำได้เช่นเดียวกันครับ

รูปจาก droidsans.com

การวัดอัตราการเต้นของหัวใจใน Samsung Gear Fit2 Pro

ผู้ใหญ่บางคน หรือว่าลูก ๆ หรือ เด็ก ๆ บางคนครับ ก็อยากได้อุปกรณ์ Wearable มาไว้ใช้แค่วัดอัตราการเต้นของหัวใจเท่านั้น เช่น ปู่ ย่า ตา ยาย หรือผู้สูงอายุ ซึ่งในส่วนนี้ถ้าเราไม่ได้ทำการตั้งค่าอะไรไว้เป็นพิเศษ เจ้า Samsung Gear Fit2 Pro ก็จะเก็บข้อมูลของเราให้เป็นช่วงเวลาในแต่ละวัน ซึ่งจะเป็นการตั้งค่าแบบอัตโนมัติครับ

วัดอัตราการเต้นของหัวใจ รูปจาก droidsans.com

อย่างในภาพนี้ครับ เพื่อน ๆ ก็จะได้เห็นอัตราการเต้นของหัวใจจริง ๆ อยู่ที่ 88 ครั้งครับ ในความเป็นจริงต้องใส่ไว้ในข้อมือนะครับ ถึงจะสามารถวัดออกมาได้ แต่ในภาพผมถอดออกมาเพื่อถ่ายรูปเท่านั้นครับ

รูปจาก droidsans.com

ถ้าเกิดว่าเราต้องการตรวจสอบการเต้นของหัวใจเป็นกรณีพิเศษ เราก็สามารถทำการตั้งค่าเป็น Always ได้ครับ เพื่อทำให้มีการตรวจจับอัตราการเต้นของหัวใจ ได้อย่างต่อเนื่องครับ แต่มันก็จะส่งผลกับอายุการใช้งานในแต่ละวันด้วยนะครับ

การใช้งาน Gear Fit2 Pro เมนูพื้นฐานของคนที่ต้องการแค่สมาร์ทวอช

การใช้งาน Gear Fit2 Pro รูปจาก droidsans.com

สำหรับในส่วนนี้ ผมจะขอแยกขั้นตอนการใช้งานออกเป็น 2 ส่วนนะครับ เพื่อให้เข้าใจได้ง่าย ๆ เพราะผมเชื่อว่าบางคนครับ อาจจะไม่ได้มีเวลาออกกำลังกายมากขนาดนั้น เพียงแต่อยากได้ สมาร์ทวอชหรือ Wearable เอาไว้ใส่ช่วยเตือนความจำ ช่วยในเรื่องการนับก้าวของเราเพื่อดูแคลลอรี่ รวมไปถึงดูการเต้นของหัวใจเท่านั้นครับ

รูปจาก droidsans.com

จากหน้าจอการใช้งานหลักครับ ถ้าหากเราทำการลากนิ้วจากซ้าย ไปทางขวา ก็จะเป็นการเข้าสู่หน้าจอของการแจ้งเตือนทั้งหมดครับ โดยเราสามารถไถหน้าจอขึ้นลง เพื่อทำการเลื่อนอ่านเมนูต่าง ๆ ได้เลยครับ

รูปจาก droidsans.com

ด้วยจอขนาด Super Amoled ที่มีขนาดใหญ่ และมีความละเอียดสูง ในขนาดที่กำลังเหมาะเลย ทำให้ตัวหนังสือบนจอ คมชัด และอ่านง่ายดีครับ

รูปจาก droidsans.com

ซึ่งแน่นอนครับว่า Gear Fit2 Pro มันรองรับการแจ้งเตือนต่าง ๆ เป็นภาษาไทยด้วย และเราก็อ่านได้ง่าย ๆ ไม่แพ้ภาษาอังกฤษเลยทีเดียว อาจจะมีการตัดคำบ้าง ๆ แต่สระก็ดูไม่ลอยนะครับ โดยรวม ๆ แล้วใช้งานได้ดีเลย ไม่ต้องเป็นห่วงครับ

รูปจาก droidsans.com

และในแต่ละวันนะครับ ก็จะมีการเก็บข้อมูลการเดินของเราให้ด้วย ซึ่งไม่ว่าเราจะเดินขนาดไหน จะมาก หรือว่าน้อย มันก็จะนำมาคำนวนกกับแคลอรี่ที่เราสูญเสียไปในแต่ละวันครับ รวมทั้งยังมีการแจ้งเตือนว่าเรานิ่งเกินไปแล้วนะ ยืดเส้นยืดสายหน่อยมั้ย ขยับตัวสักนิดคงดี เช่น เราอาจจะนั่งทำงานอยู่กับที่นาน ๆ มันก็จะบอกให้เราทำการบิดตัวไปมาบ้าง กี่เซ็ทก็ว่าไป หรือลุกขึ้นยืน ยืดเส้นยืดสายนิดนึง เพื่อตัวเราเองครับ

การใช้ Gear Fit2 Pro ในการออกกำลังกายแบบเอาจริงเอาจัง

รูปจาก droidsans.com

สำหรับเพื่อน ๆคนไหนที่ต้องการใช้ Gear Fit2 Pro ให้คุ้มค่าที่สุด และใช้ให้ครบทุกฟังก์ชั่นการใช้งานจริง ๆ เช่น ใช้ในการออกกำลังกายแบบจริงจัง รวมถึงต้องการดูข้อมูลแบบละเอียดเลย กรณีนี้ต้องทำการตั้งค่าโปรไฟล์ลงใน Samung Health เช่น อายุ น้ำหนัก ส่วนสูง ต้องกรอกให้ครบทุกอย่างนะครับ ซึ่งหากเพื่อน ๆ คนไหนไม่ได้ใช้ Samsung ก็สามารถโหลด Samsung Health ได้เลยจาก Playstore ครับ

รูปจาก droidsans.com

เมื่อได้ทำการตั้งค่าเสร็จเรียบร้อยแล้ว จากนี้เราจะทำการซิงค์ข้อมูลทั้งหมด ลงไปในมือถือของเราแล้วครับ ซึ่งในส่วนนี้ เราสามารถย้อนกลับมาดูได้ในแต่ละวันครับ ว่าเรา เดิน วิ่ง นอน ไปแล้วเท่าไร อัตราการเต้นของหัวใจเราเป็นอย่างไรบ้าง เป็นต้นครับ

รูปจาก droidsans.com

ในส่วนของกิจกรรมที่ Gear Fit2 Pro รองรับนั้น มีอยู่อีกมากมายเลย ให้เราสามารถเลือกประเภท ในการออกกำลังกายได้ ไม่ว่าจะเป็นการออกไปวิ่ง การปั่นจักรยาน หรือกิจกรรมต่าง ๆ ที่เราสามารถทำได้เอง โดยไม่ต้องใช้พื้นที่มากนัก เช่าน การซิทอัพ การวิดพื้น การทำสควอช ซึ่งการทำดังกล่าวนั้น มันจะมีเซ็ทสำหรับช่วยเรานับครับ และเซนเซอร์ของ Gear Fit2 Pro นี้ ก็จะเป็นตัวบอกเราครับว่าเราทำได้ถูกต้องหรือไม่

รูปจาก droidsans.com

สำหรับตัวผมเองนั้น ได้ลองทดสอบด้วยการทำซิทอัพครับ จะเห็นได้ว่าบนหน้าจอ มีการบอกเราด้วยว่าท่าที่ถูกต้องนั้น เราต้องทำอย่างไร และก็มีจำนวน 3 เซ็ท โดยเราต้องทำ 10 ครั้งต่อเซ็ท จากที่ได้ลองในเซ็ทท้าย ๆ นะครับ ผมต้องทำเกินตลอดเลย เพราะผมไม่สามารถลุกขึ้นมาได้ ในระดับที่ Gear Fit2 Pro ต้องการนั่นเอง

ถือได้ว่า Gear Fit2 Pro เป็นโค้ชส่วนตัวของผมอย่างแท้จริงเลย และถือได้ว่าเป็นโค้ชที่โหดเอาเรื่องอีกด้วย และในระหว่างเซ็ท ก็จะมีเวลาให้เราได้พักด้วยครับ ถ้าไม่มีเวลาพัก คงไม่ไหวแน่ ๆ ครับ หมดแรงก่อน

รูปจาก droidsans.com

เมื่อเราทำการออกกำลังกายเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็จะมีข้อมูลมาให้เราได้ดูด้วยครับ และค่าทั้งหมดที่ได้มา จะถูกซิงค์กลับไปยังแอป Samsung Health ในมือถือของเราอีกต่อนึง เราก็ไปเปิดดูข้อมูลต่าง ๆ นี้ได้ในมือถือของเราเลยครับ สะดวกสบายสุด ๆ

รูปจาก droidsans.com

ในส่วนนี้ครับ จะเป็นข้อมูลการวิ่งของผม ที่ผมได้ไปลองวิ่งมาประมาณ 1 กิโลเมตรนะครับ ใช้เวลาไปเกือบ 9 นาทีเลย หลังจากที่ได้วิ่งเสร็จแล้ว ก็จะมีข้อมูลต่าง ๆ และรายละเอียด สรุปออกมาให้ได้ดูครับ ทั้งโซนของอัตราการเต้นของหัวใจ ในแต่ละช่วงครับ ว่าออกมาเป็นอย่างไร

รูปจาก droidsans.com

โดยข้อมูลแบบละเอียดนี้ รวมถึงแผนที่การวิ่งที่ Gear Fit2 Pro จับได้จาก GPS ในตัวเครื่อง ก็จะถูกเก็บลงไปใน Samsung Health อีกทีหนึ่งด้วยครับ

รูปจาก droidsans.com

ออกกำลังกายเสร็จเรียบร้อยแล้ว เราก็สามารถแชร์ข้อมูลสถิติ หรือทำการแต่งภาพให้สวย ๆ แชร์ลงในโซเชียลได้ทันทีเลย แบบที่ทำกันอยู่บ่อย ๆ นั่นเองครับ

Gear Fit2 Pro กับความสามารถใหม่ในการนับสโตรคในขณะที่เราว่ายน้ำ

รูปจาก droidsans.com

หนึ่งในฟีเจอร์ใหม่ที่ไม่เคยมีมาใน Gear รุ่นก่อน ๆ ของ Samsung นะครับ คือ ความสามารถในการนับสโตรคว่ายน้ำครับ เนื่องจากว่าในรุ่นก่อนหน้านี้นั้น จะมีค่า IP67-68 ซึ่งอาจจะไม่เพียงพอต่อการวาดมือ ให้กระแทกกับผิวน้ำแรง ๆ ได้

แต่สำหรับใน Gear Fit2 Pro นี้ จะมาพร้อมกับมาตรฐานการกันน้ำ 5ATM เลยครับ ซึ่งสามารถรองรับแรงดันน้ำได้ถึง 50 เมตร ซึ่งการที่เราจะใส่ไปว่ายน้ำ หรือจะใส่ดำน้ำ ก็จะไม่เป็นปัญหาอีกต่อไปแล้ว

ซึ่งการที่เราจะเอาไปใช้ว่ายน้ำ เราก็จะต้องทำการเปิด Water Lock โหมดเอาไว้ เพื่อป้องกันไม่ให้หน้าจอ เลื่อนหรือสัมผัสโดยไม่ได้ตั้งใจจากผิวน้ำ เพราะว่ามันจะมีประจุไฟฟ้า ที่สามารถแตะหน้าจอของเราได้ เหมือนกับนิ้วของเรานั่นเองครับ

ในส่วนของแอปที่ใช้ประกอบในการนับสโตรคว่ายน้ำนี้ครับ ทาง Samsung เอง ก็ได้ทำการพัฒนากับ Speedo ที่สามารถนับสโตรค และรอบการกลับตัวได้อย่างแม่นยำมากขึ้น สำหรับใครที่ชอบว่ายน้ำอยู่แล้วนะครับ และกำลังมองหาอุปกรณ์ที่ช่วยในการเก็บข้อมูล ซึ่งในปัจจุบันมีขายอยู่มนตลาดไม่กี่ตัว หรือถ้ามีก็ราคาแพงมาก ๆ ไปเลย

ทำให้ Gear Fit2 Pro ตัวนี้ น่าจะเป็นอีกทางเลือกหนึ่งครับ ในราคาที่ค่อนข้างจะประหยัดมากทีเดียว น่าเสียดายอย่างหนึ่งครับ คือช่วงที่ทำการทดสอบ ผมไม่ได้ไปว่ายน้ำก็เลยไม่มีสถิติมาให้เพื่อน ๆ ได้ดูครับ

สรุป

หลังจากที่ได้ทำการมดลองใช้ Gear Fit2 Pro มาแล้ว 1 อาทิตย์ครับ อย่างแรกที่เพื่อน ๆ น่าจะถามกันเข้ามาอย่างแน่นอนเลยคือ แบตเตอรี่ใช้ได้นานมั้ย ต้องบอกเลยครับว่า จากการใช้งานทั่ว ๆ ไป การชาร์จ 1 ครั้ง จะอยู่ได้นานประมาณ 3 วันครับ โดยวันที่ 3 นั้น สามารถนำกลับมาชาร์จที่บ้านได้ทันทีเลย ตอนประมาณค่ำ ๆ ครับ โดยผมได้ทำการปรับค่าความสว่างเอาไว้ที่ 5 รวมทั้งยังใส่ตอนนอนเพื่อตรวจจับการนอนด้วยครับ

รูปจาก droidsans.com

แต่เพื่อให้เกิดความปลอดภัยครับ ถ้าเพื่อน ๆ ไม่ต้องการให้แบตหมดระหว่างทาง ก็สามารถทำการชาร์จในช่วงเย็นของวันที่ 2 ก้ได้ครับ แต่ว่าทั้งนี้และทั้งนั้น ก็ขึ้นอยู่กับการใช้งานของแต่ละคนด้วย แต่ละคนมีปารใช้งานที่แตกต่างกันครับ เช่น ถ้าทำการวิ่งไปด้วย เปิดเพลงฟังไปด้วย โดยระยะทาง 10 กิโลเมตร อาจจะต้องชาร์จแบบวันต่อวันครับ

รูปจาก droidsans.com

ในส่วนของการเชื่อมต่อ การแจ้งเตือน ถือว่าสามารถทำงานได้อย่างดีเลยทีเดียว หน้าจอที่มีขนาดใหญ่ ช่วยให้เราอ่านตัวหนังสือง่ายดีครับ หน้าจอสัมผัสก็ดีมาก ๆ ช่วยให้การใช้งานสะดวกขึ้นมากครับ มากกว่านาฬิกาสปอร์ตวอชทั่ว ๆ ไปเลย

ส่วนการแจ้งตัวให้เราขยับตัวบ่อย ๆ และมีท่าทางในการออกกำลังกายง่าย ๆ มาแนะนำ อันนี้ดีมาก ๆ ครับ ชอบมากเลย เพราะมันน่าจะช่วยให้เพื่อน ๆ ไม่เป็นออฟฟิศซินโดรมนั่นเองครับ ต้องบอกเลยครับว่า ราคา 6,500 บาทนี้คุ้มค่าจริง ๆ ครับ ครบถ้วนทุกอย่าง สมบูรณ์สุด ๆ เลย สำหรับผู้ที่ต้องการเริ่มต้นออกกำลังกาย และอยากจะมีสปอร์ทแบนด์ที่ทำหน้าที่ได้เหมือนสมาร์ทวอช ต้องตัวนี้เลยครับ รับรองไม่ผิดหวังครับ

ขอบคุณข้อมูลจาก : https://droidsans.com

About the Author: Tangthon

สวัสดีครับ ผมตังค์ทอน ผู้ที่มีความสนใจของใช้ต่าง ๆ ทั้งภายในบ้าน และนอกบ้าน เพราะเป็นของใช้ที่มีประโยชน์ ช่วยอำนวยความสะดวกได้ดี และใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน ผมจึงอยากเขียนรีวิวแนะนำสินค้าต่าง ๆ รวมทั้งแนะนำวิธีการเลือกซื้อเพื่อให้ผู้ที่สนใจและกำลังมองหาสินค้านั้น ๆ ได้ทราบ เพื่อที่จะได้นำไปใช้ในการตัดสินใจ ให้สามารถเลือกได้ง่ายยิ่งขึ้น สิ่งไหนดี สิ่งไหนน่าใช้ ยี่ห้อไหนดี รุ่นไหนดีที่สุด สามารถหาคำตอบได้ จากในบทความเลยครับ

You might like