10 หูฟังออกกำลังกาย ยี่ห้อไหนดี หูฟังวิ่ง ดีไซน์เท่ เสียงคมชัด ปี 2022

หูฟังออกกำลังกาย ยี่ห้อไหนดี

สวัสดีครับเพื่อน ๆ เวลาที่เราออกกำลังกายนั้น ถ้าเราต้องการเพิ่มความสนุกสนาน ผ่อนคลายในระหว่างการออกกำลังกาย เราต้องมีเพลงมาร่วมด้วยครับ โดยการสวม หูฟังออกกำลังกาย นั่นเองครับ

ในการออกกำลังกายรูปแบบต่าง ๆ นั้น ถ้าออกกำลังกายตามปกติ ก็จะมีความรู้สึกเหมือนกับว่า ขาดอะไรไปบางอย่าง ถ้าเรามีเพลงมาร่วมกับการออกกำลังกายของเราด้วยนั้น จะช่วยให้เราสามารถออกกำลังกายได้ดีขึ้นนะครับ

เพราะในระหว่างที่เราฟังเพลงไปด้วย ออกกำลังกายไปด้วย จะช่วยให้เราสามารถเคลื่อนไหวตามอย่างเป็นจังหวะ เพราะเราเคลื่อนไหวไปตามจังหวะเพลง ช่วยให้เราออกกำลังกายได้สนุกขึ้น มีประสิทธิภาพขึ้น

และสิ่งที่จะมาช่วยเราในเรื่องนี้คือ การสวม หูฟังออกกำลังกาย ครับ เมื่อเราสวมหูฟังออกกำลังกาย และเคลื่อนไหวไปพร้อม ๆ กับจังหวะดนตรีนั้น จะทำให้สามารถเผาผลาญแคลอรี่ได้มากยิ่งขึ้น

และยังช่วยทำให้อัตราการเต้นของหัวใจมีประสิทธิภาพมากขึ้นไปด้วยครับ ซึ่ง หูฟังออกกำลังกาย นั้น สามารถสวมใส่ได้ในทุก ๆ กิจกรรมการออกกำลังกายเลยนะ ไม่ว่าจะเป็น การวิ่งออกกำลังกายที่สานสาธารณะ

การวิ่งบนลู่วิ่งไฟฟ้า ปั่นจักรยานออกกำลังกายภายในบ้าน ขี่จักรยานนอกบ้านรับอากาศบริสุทธิ์ และเล่นล้อเดียวไฟฟ้า เป็นต้น ทั้งหมดนี้ถือเป็นการออกกำลังกายที่มีประโยชน์ทั้งสิ้น ถ้าจะให้ครบกว่านั้น

สวมใส่นาฬิกา Garmin ด้วย จะได้ช่วยติดตามกิจกรรมการกีฬาได้อย่างมีประสิทธิภาพครับ และปิดท้ายด้วย เวย์โปรตีน เพื่อสร้างกล้ามเนื้อ ให้หุ่นดูดีครับ มาถึงตรงนี้เพื่อน ๆ ก็คงอยากมี หูฟังออกกำลังกาย ไว้ใช้งานบ้างแล้ว

วันนี้ครับ ตังค์ทอน จะมาแนะนำ 10 อันดับ หูฟังออกกำลังกาย ยี่ห้อไหนดี ที่คุณภาพยอดเยี่ยม น้ำหนักเบา เสียงดี กันน้ำได้ ให้เพื่อน ๆ ได้ทราบกันนะครับ รวมทั้งก็ยังมีข้อมูลต่าง ๆ ที่มีประโยชน์ต่อเพื่อน ๆ ด้วย

เช่น ประโยชน์ของหูฟังออกกำลังกาย วิธีการเลือกซื้อ และ ข้อควรระวังในการใช้งานให้เพื่อน ๆ ได้ทราบไว้ด้วย เพื่อเกิดประโยชน์ต่อเพื่อน ๆ มากที่สุดครับ จะมีหูฟังออกกำลังกายรุ่นไหน น่าสนใจบ้างนั้น ไปติดตามกันได้เลยครับ

หูฟังออกกำลังกาย

สารบัญเว็บ ซ่อน

10 อันดับ หูฟังออกกำลังกาย ยี่ห้อไหนดี สำหรับนักวิ่ง ดีไซน์เท่ น้ำหนักเบา เสียงชัดจัดเต็ม ปี 2022

1. Apple Airpods Pro เชื่อมต่ออัตโนมัติพร้อมเทคโนโลยีตัดเสียงรบกวน

Apple Airpods Pro

         แบรนด์ : Apple  รุ่น : Airpods Pro  ประเภทของหูฟัง : True Wireless  การเชื่อมต่อ : Bluetooth 5.0  การใช้งาน : 4.5 ชม. ไม่รวมเคส  น้ำหนัก : 10.8 ก.  กันน้ำ : ได้  ตัดเสียงรบกวน : ได้

Apple Airpods Pro เชื่อมต่ออัตโนมัติพร้อมเทคโนโลยีตัดเสียงรบกวน หูฟังคุณภาพยอดเยี่ยม จากแบรนด์ดัง Apple น้ำหนักเบา ขนาดเล็ก กะทัดรัด เสียงดีมาก ๆ โดยมีน้ำหนักเพียงแค่ 5.4 กรัมเท่านั้น

มีขนาดอยู่ที่ 30.9 x 21.8 x24.0 มม. เชื่อมต่อผ่าน Bluetooth 5.0 สำหรับหูฟังรุ่นนี้ มาพร้อมกับเทคโนโลยี ตัดเสียงรบกวนแบบแอ็คทีฟ มีระบบตัดเสียงรบกวนภายนอกแบบ ANC และระบบรับฟังเสียงภายนอก (Transparency)

ต่อมา มาพร้อมกับ ระบบปรับ EQ อัตโนมัติให้เหมาะกับการรับฟังของเพื่อน ๆ แต่ละคนได้อย่างลงตัว มีระบบ Spatial Audio ที่ช่วยจำลองทิศทางเสียงจริงตามในภาพยนตร์ และทิศทางของการหันศีรษะของผู้ใช้

ตัวหูฟังสามารถเลือกขนาดได้ 3 ขนาด ทำให้สามารถสวมใส่ได้อย่างกระชับหู แนบสนิท ไม่หลุดออกง่าย มาพร้อมกับ ความสามารถในการกันน้ำกันเหงื่อที่ระดับ IPX4 มีระบบเปิดและเชื่อมต่อแบบอัตโนมัติ

สำหรับคนที่ใช้ไอโฟนอยู่แล้ว สำหรับแบตเตอรี่ จะสามารถใช้งานหูฟังนี้ ได้นานประมาณ 4.5 – 5 ชั่วโมงต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง ถ้าเพื่อน ๆ กำลังมองหาหูฟังที่ยอดเยี่ยมในทุก ๆ ด้าน หูฟังรุ่นนี้ตอบโจทย์เลยครับ

จุดเด่น

  • มีระบบ Spatial Audio ที่ช่วยจำลองทิศทางเสียงจริงตามในภาพยนตร์
  • ไมโครโฟนคู่แบบ beamforming
  • มีก้านสำหรับสั่งงานแบบบีบ
  • กันน้ำกันเหงื่อที่ระดับ IPX4
  • มีระบบ Quick Charge โดยใช้เวลาชาร์จเพียง 5 นาที
  • มาพร้อมระบบตัดเสียงรบกวนภายนอกแบบ ANC และระบบรับฟังเสียงภายนอก
  • รองรับการชาร์จทั้งแบบมีสายทางพอร์ต Lightning และแบบไร้สายตามมาตรฐาน Qi

2. klipsch T5 II True Wireless Sport McLaren Edition

klipsch T5 II True Wireless Sport McLaren Edition

         แบรนด์ : klipsch  รุ่น : T5 II  Bluetooth Version : 5.0  ไมโครโฟน : มีไมค์  ระดับการกันน้ำ : IP67  คุณสมบัติพิเศษ : ระบบสัมผัส  การกันน้ำ : กันน้ำ  พอร์ตการชาร์จ : USB-C  การตอบสนองความถี่ : 10 – 19,000 Hz  แบตเตอรี่สูงสุด : 8 ชม.

klipsch T5 II True Wireless Sport McLaren Edition หูฟังออกกำลังกายจากแบรนด์ดัง ที่กำลังได้รับความนิยมอย่างสูงในตอนนี้ อย่าง klipsch เป็นหูฟังแบบหูฟังไร้สาย True Wireless ให้เสียงระดับ Hi-Res

หูฟังรุ่นนี้ได้รับการออกแบบดีไซน์มาอย่างสวยงาม เพรียวบาง ทันสมัย ดึงดูดสายตาด้วยเคสโลหะดูกีทุกมุมมอง น่าใช้งาน ในส่วนของคุณภาพของเสียงที่ได้รับนั้น ถือว่าทำออกมาได้อย่างยอดเยี่ยมมาก ๆ

ใช้ไดร์เวอร์เป็น Dynamic Drivers ขนาด 5 mm. โดยมีการออกแบบไดอะแฟรมที่บาง ช่วยให้ได้เสียงที่ชัดเจนมาก ๆ ทุดความถี่ อีกทั้งเสียงเบสที่ได้ ก็ถือว่าดีมากเลยทีเดียว เบสเสียงแน่น ทรงพลัง

สำหรับแบตเตอรี่ของหูฟังรุ่นนี้ สามารถใช้งานได้นานสูงสุดอยู่ที่ 8 ชั่วโมง สามารถชาร์จแบตเตอรี่ผ่านเคสได้อีก 24 ชั่วโมง รวมทั้งหมด จะทำให้ใช้งานได้ 32 ชั่วโมงเลยครับ ในส่วนของการเชื่อมต่อนั้น

จะเป็นการเชื่อมต่อแบบบไร้สาย Bluetooth เวอร์ชั่น 5 ที่มีความเสถียรสูง เชื่อมต่อได้อย่างรวดเร็ว มีสัญญานรบกวนต่ำมาก ๆ ทำให้สามารถฟังเพลงที่มีความละเอียดสูงได้อย่างดี เป็นหูฟังอีกหนึ่งรุ่นที่เป็นตัวเลือกที่ดีครับ

จุดเด่น

  • เคสพกพาความจุ 24+8 ชั่วโมงจุใจ
  • สามารถตัดเสียงรบกวนได้ด้วยไมค์ cVc 8.0 ถึง 4 ตัว
  • มาพร้อมกับมาตรฐานกันน้ำกันฝุ่น IP67
  • ขับเสียงในช่วง 10 Hz – 19 kHz
  • มีไดรเวอร์ไดนามิกตัวพิเศษของ Klipsch รายละเอียดชัดเบส แน่น ชัดเจน
  • รองรับการใช้งานกับ Software
  • การเชื่อมต่อยอดเยี่ยมด้วยตัวขยายสัญญาณในตัว

3. Bose Sport Earbuds หูฟังโบส รุ่น สปอร์ตเอียบัด

Bose Sport Earbuds หูฟังโบส รุ่น สปอร์ตเอียบัด

         แบรนด์ : Bose  รุ่น : Sport Earbuds  ประเภทหูฟัง : หูฟังทรูไวเลส   มีสาย/ไร้สาย : ไร้สาย  การเชื่อมต่อหูฟัง (Input) : บลูทูธ   Bluetooth Version : 5.1  ไมโครโฟน : มีไมค์  ระดับการกันน้ำ : IPX4  คุณสมบัติพิเศษ : AAC, ระบบสัมผัส

Bose Sport Earbuds หูฟังโบส รุ่น สปอร์ตเอียบัด ถ้าจะพูดถึงแบรนด์หูฟัง ที่มีชื่อเสียงมาอย่างยาวนาน คงไม่มีใครไม่รู้จักแบรนด์ Bose อย่างแน่นอนครับ สำหรับหูฟังรุ่นนี้ เป็นหูฟังที่ได้รับการออกแบบมาสวยเท่

สวยงาม ดูดี ทุกมุมมอง น่าใช้งานเป็นอย่างยิ่ง ตอบโจทย์การใช้งานได้ในคนทุกเพศทุกวัย มีเทคโนโลยีที่ทันสมัย และโดดเด่นมาก ๆ มาพร้อมกับฟังก์ชันการตัดเสียงรบกวน Active Noise Cancelling (ANC)

สามารถตัดเสียงรบกวนออกไปได้อย่างหมดจด คุณภาพของเสียงก็ถือว่าอยู่ในระดับที่ยอดเยี่ยม เสียงคมชัด ทรงพลัง สามารถฟังเพลงอย่างเพลิดเพลินได้ทุก ๆ แนว มาพร้อมกับตัวไมโครโฟน ที่รับเสียงได้อย่างคมชัด

เป็นหูฟังระบบ True Wireless เชื่อมต่อแบบไร้สาย สามารถเชื่อมต่อได้อย่างเสถียร รวดเร็ว และสะดวกสบายมาก เมื่อใช้สำหรับวิ่งออกกำลังกาย มีความสามารถในการกันเหงื่อกันน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ตามมาตรฐาน IPX4 สำหรบระยะเวลาในการใช้งานหูฟังรุ่นนี้นะครับ จะสามารถใช้ได้นาน ต่อเนื่อง 5 ชั่วโมง และชาร์จเพิ่มได้ 10 ชั่วโมง ด้วยฟังก์ชั่นที่ครบครันขนาดนี้ และแบรนด์ก็มีชื่อเสียงมาก ๆ ซื้อไว้ไม่ผิดหวังเลยครับ

จุดเด่น

  • หูฟังแบบ True Wireless สุดพรีเมียม สวมใส่สบาย
  • การเชื่อมต่อแบบไร้สาย เสถียร เชื่อมต่อได้รวดเร็ว
  • มาพร้อมกับมาตรฐาน IPX4 กันเหงื่อกันน้ำดีเยี่ยม
  • สามารถควบคุมได้อย่างสะดวกสบายด้วยปลายนิ้วสัมผัส
  • เสียงที่ได้มีความทรงพลังมาก ๆ ฟังได้สนุกทุกแนวเพลง
  • แบตเตอรี่ใช้งานต่อเนื่อง 5 ชั่วโมง
  • เคสชาร์จเพิ่มได้อีก 10 ชั่วโมง

4. Sony WF-SP800N หูฟังตัดเสียงรบกวนแบบไร้สาย

Sony WF-SP800N หูฟังตัดเสียงรบกวนแบบไร้สาย

         แบรนด์ : Sony  รุ่น : WF-SP800N  ประเภทหูฟัง : True Wireless (In Ear)  การเชื่อมต่อ : Bluetooth 5.0  การใช้งาน : ต่อเนื่องสูงสุด 9 ชม. (เปิด NC) และ 13 ชม. (ปิด NC)  น้ำหนักหูฟัง : 19.6 ก.  กันน้ำ : IP55 (ชุดหูฟังเท่านั้น)  ตัดเสียงรบกวน : ได้

Sony WF-SP800N หูฟังตัดเสียงรบกวนแบบไร้สาย หูฟังคุณภาพ ที่ออกแบบมาอย่างสวยงาม มีไสตล์ เป็นหูฟังแบบ true wireless สำหรับเพื่อน ๆ ที่เป็นสายออกกำลังกาย เหมาะกับการใส่วิ่งอย่างมาก

มีระบบ active noise cancelling ช่วยตัดเสียงรบกวนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยให้สามารถโฟกัสที่เพลงที่กำลังฟังได้อย่างชัดเจน จัดเต็มมากในเรื่องเสียง มีระบบ adaptive sound อัลกอริทึ่ม

ที่จะทำการปรับระดับความเงียบของ active noise cancelling ให้เหมาะสมตามความต้องการใช้งานของแต่ละคนได้เป็นอย่างดี โดยจะทำการอ้างอิงมาจากการเคลื่อนไหวของแต่ละคนนั่นเองครับ

ต่อมานะครับ ถ้าต้องการรับฟังเสียงภายนอก ก็สามารถทำได้ ด้วยโหมด Ambient Sound หรือก็คือโหมดรับฟังเสียงรอบข้างนั่นเอง ช่วยให้สามารถได้ยินเสียงรอบตัวได้ โดยที่เราไม่ต้องถอดหูฟังออกมา

ตัวหูฟังออกแบบมาเป็นอย่างดี สวมใส่ได้อย่างกระชับ ใส่สบายไม่ปวดหู และก็ยังรองรับแอปพลิเคชั่น Sony Headphones สำหรับตั้งค่าฟังก์ชั่นต่าง ๆ ได้อีกด้วย ขึ้นชื่อว่าแบรนด์ Sony แล้ว มั่นใจได้หายห่วงเลยครับ

จุดเด่น

  • หูฟังเป็นแบบ true wireless สายออกกำลังกาย มี active noise cancelling
  • สามารถสวมใส่หูฟังได้อย่างกระชับ มี earfin เสริมความกระชับ ใส่วิ่งไม่หลุดง่าย ๆ
  • มี wearing sensor ถอดหูฟังเพลงหยุดอัตโนมัติ
  • ฟีเจอร์ adaptive sound ปรับความเงียบตามการเคลื่อนไหวของเรา
  • มีโหมดฟังเสียงรอบข้าง Ambient sound และ Quick attention mode
  • ระบบตัดเสียงรอบข้างตอนฟังเพลง active noise cancelling
  • มาพร้อมความสามารถในการกันน้ำกันฝุ่นระดับ IP55 กันเหงื่อใส่ออกกำลังกาย

5. AUKEY EP-N8 หูฟังบลูทูธ Sport True Wireless Earbuds Active Noise Cancelling

AUKEY EP-N8 หูฟังบลูทูธ Sport True Wireless Earbuds Active Noise Cancelling

         แบรนด์ : Aukey  รุ่น : EP-N8  Bluetooth Version : V5.1  เทคโนโลยี : HSP, HFP, A2DP, AVRCP  ไดรเวอร์ : 10mm Driver Speaker   Sensitivity : 105dB ±3dB (at IEC711 1kHz -10dBFS)  Frequency Range : 20Hz – 20kHz

AUKEY EP-N8 หูฟังบลูทูธ Sport True Wireless Earbuds Active Noise Cancelling หูฟังจากแบรนด์ดังระดับโลก Aukey ที่ชนะรางวัลระดับโลกมาแล้ว ในรุ่น EP-N8 นี้นะครับ ได้รับการดีไซน์ใน้ดูดี

สวย ล้ำ เท่ มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร มาพร้อมกับเทคโนโลยี ในการตัดเสียงรบกวนได้อย่างยอดเยี่ยม มากกว่าหูฟังรุ่นทั่วไป มีทั้ง ระบบการตัดเสียงรบกวน Hybrid-ANC และ เทคโนโลยีไมค์ตัดเสียงรบกวน CVC

โดยตัวตัวหูฟังรุ่นนี้นั้น จะมีไมค์มาให้มากถึง 6 ตัว ทำให้สามารถลดและตัดเสียงรบกวนรอบข้างได้มากถึง 35dB เลยทีเดียว ทำให้ผู้ใช้งานหูฟังนี้ ได้ฟังเสียงที่มีคุณภาพดีที่สุด ในส่วนของรูปทรงของหูฟัง

จะมาในรูปแบบ Ergonomic รองรับใบหูได้เป็นพิเศษ สวมใส่ได้อย่างสบาย ไม่มีอาการปวดหู หรือจุกที่หูเลย การใช้งานก็แสนงง่ายดาย สะดวกสบายมาก ๆ โดยจะเป็นแบบระบบทัชไร้สาย ไม่ยุ่งยากในการใช้งาน

มาพร้อมกับมาตรฐานการกันน้ำ ระดับ IPX7 สามารถกันน้ำกันเหงื่อในระหว่างการวิ่งออกกำลังกายด้วย และ สามารถชาร์จแบตได้อย่างรวดเร็วด้วยครับ สำหรับใครที่เป็นสายออกกำลังกาย ไม่ควรพลาดหูฟังที่สุดยอดรุ่นนี้ครับ

จุดเด่น

  • เป็นหูฟังที่ชนะรางวัลระดับโลก Reddot Design 2021
  • มีไมค์ตัดเสียงรบกวน CVC ที่มีมากถึง 6 ตัว
  • สามารถลดและตัดเสียงรบกวนรอบข้าง ได้มากถึง 35dB
  • ทรงหูฟังแบบ Ergonomic ใส่วิ่งออกกำลังกายไม่มีหลุด
  • กันน้ำระดับ IPX7 สามารถอยู่ในน้ำได้ที่ระดับความลึกไม่เกิน 1 เมตร เป็นเวลาไม่เกิน 30 นาที
  • Bluetooth 5.1 with Solid Connection เชื่อมต่อย่างมั่นคง รวดเร็ว สเถียรมาก
  • ฟังเพลงต่อเนื่องได้นานสูงสุด 5 ชั่วโมง รวมสูงสุด 30 ชั่วโมงเมื่อใช้ร่วมกับกล่องชาร์จ

6. Shokz OpenRun หูฟังออกกำลังกายไร้สาย

Shokz OpenRun หูฟังออกกำลังกายไร้สาย

         แบรนด์ : Shokz  รุ่น : OpenRun  แบตเตอรี่ : ใช้งานต่อเนื่อง 8 ชั่วโมง พร้อม Quick Charge (ชาร์จ 10 นาทีใช้ได้ 1.5 ชั่วโมง)  น้ำหนัก : 26 กรัม  ระดับการกันน้ำ : IP67  บลูทูธ : V5.1  โหมด EQ : 2

Shokz OpenRun หูฟังออกกำลังกายไร้สาย ประสิทธิภาพยอดเยี่ยม ที่ออกแบบมาอย่างสวยงาม ดูดี น่าใช้งาน สำหรับหูฟังรุ่นนี้ มาพร้อมกับฟังก์ชั่นการสวมใส่แบบใหม่ ด้วยเทคโนโลยี Open Ear

นั่นก็คือ ไม่จำเป็นต้องใส่หูฟังเข้าไปในหู แต่จะเป็นการหนีบเอาไว้บริเวณโหนกแก้มของเรา แล้วทำการขับเสียงผ่านการสั่นสะเทือน เข้าไปทางกระดูกแก้มแทนนั่นเองครับ ซึ่งวิธีการนี้ กำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก

จนทางแบรนด์ต้องออกสินค้าหูฟัง Open Ear ออกมาหลายรุ่นเลย สำหรับหูฟังรุ่นนี้นะครับ ให้เสียงที่ทรงพลังมาก ๆ ได้รับการปรับจูนมาเป็นอย่างดี คมชัดในทุก ๆ มิติ โดยเฉพาะเสียงเบส แน่นเอาเรื่อง

มีเทคโนโลยีขับเสียงกระหึ่มแบบ TurboPitch™ ได้เสียงเต็มกำลัง รูปทรงของหูฟังออกแบบมาเป็นอย่างดี รองรับการใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ สวมใส่สบาย ไม่อึดอัดแม้แต่น้อย การเชื่อมต่อจะเป็นแบบไร้สาย

เชื่อมต่อได้อย่างเสถียร ไม่มีอาการดีเลย์มาให้ต้องรำคาญใจ สามารถควบคุมการใช้งานได้อย่างสะดวก ง่ายดาย ด้วยปุ่มแบบกด ในส่วนของตัวไมค์ สามารถรับเสียงได้อย่างคมชัด ต้องบอกเลยครับว่าหูฟังรุ่นนี้คุ้มค่าน่าใช้งานมากครับ

จุดเด่น

  • เป็นหูฟังไร้สายสวมใส่สบายแบบ Open Ear
  • ทำการขับเสียงผ่านระบบ Bone Conduction
  • กันน้ำ เหงื่อ และฝุ่นด้วยมาตรฐาน IP55
  • รองรับการใช้งาน ตั้งค่าเพิ่มเติมร่วมกับ App Shokz
  • เชื่อมต่อไร้สายเสถียร ดูหนังเล่นเกม ไม่ดีเลย์
  • สวมใส่สบายแบบคาดหลังศีรษะ ไม่บีบหรืออึดอัด
  • แบตเตอรี่สามารถใช้งานได้ต่อเนื่อง 10 ชั่วโมง

7. Jabra Elite 7 Active หูฟังไร้สาย true wireless สำหรับออกกำลังกาย

Jabra Elite 7 Active หูฟังไร้สาย true wireless สำหรับออกกำลังกาย

         แบรนด์ : Jabra  รุ่น : Elite 7 Active  ประเภทสินค้า : True Wireless  สำหรับใส่ :ใช้สนทนามือถือ และฟังเพลง  วัสดุที่ใช้ : Plastic  เชื่อมต่อด้วย : Bluetooth 5.2  ขนาด : 1.76 x 1.91 x 1.60  ระบบตัดเสียงรอบข้าง : มี  กันน้ำกันฝุ่น : IP57

Jabra Elite 7 Active หูฟังไร้สาย true wireless สำหรับออกกำลังกาย หน้าตาสุดเท่ ทันสมัย น่าใช้งาน ระดับพรีเมี่ยม สามารถสวมใส่ได้อย่างสบาย ไม่มีอาการอึดอัด มีความกระชับ ไม่หลุด และเคลื่อนได้ง่าย

สำหรับหูฟังจากแบรนด์ดังอย่าง Jabra รุ่นนี้นะครับ เป็นหูฟังแบบ True Wireless ที่มีความโดดเด่นอยู่ 2 เรื่องหลัก ๆ นั่นก็คือ หน้าตาที่ทันสมัย หรูหรา และ มาพร้อมกับสเปคการใช้งานที่จัดเต็มสุด ๆ

โดยจะมี ฟังก์ชันตัดเสียงรบกวนที่ยอดเยี่ยม ช่วยให้ได้รับเสียงที่คุณภาพชัดเจน สำหรับการเชื่อมต่อ มีความโดดเด่นมาก ๆ ด้วยการเชื่อมต่อไร้สายรุ่นใหม่ล่าสุด ไมโครโฟน สามารถสนทนาได้อย่างชัดเจนคมชัด

สามาถตั้งค่าการใช้งานต่าง ๆ เพิ่มเติม และแนวเสียงผ่านทางแอปพลิเคชั่น ทำให้สามารถใช้งานตอนออกกำลังกายได้อย่างสบายมาก ๆ เลย ปลอดภัยไร้กังวลจากปัญหาเหงื่อหรือน้ำ ด้วยมาตรฐานกันน้ำกันฝุ่น IP57

แบตเตอรี่สามารถใช้งานหูฟังได้อย่างยาวนาน ประมาณ 8 ชั่วโมง รวมกับเคสชาร์จเป็น 30 ชั่วโมง และรองรับการชาร์จเร็ว 5 นาทีใช้งานได้ 1 ชั่วโมง ทำให้หูฟังคุณภาพรุ่นนี้ เป็นหูฟังอีกหนึ่งรุ่น ที่ไม่ควรพลาดอย่างยิ่งครับ

จุดเด่น

  • สามารถตัดเสียงรบกวนได้เงียบสนิทเป็นอันดับต้น ๆ ของวงการ
  • ใช้งานแยกข้างซ้าย-ขวาได้อย่างอิสระตลอดเวลา
  • การเชื่อมต่อไร้สายเวอร์ชันใหม่ล่าสุด ไม่มีการดีเลย์
  • หูฟังใส่สบายไม่หลุดและเคลื่อนง่าย ๆ
  • สามารถใส่ออกกำลังกายได้ด้วยมาตรฐานกันน้ำกันฝุ่น IP57
  • แบตเตอรี่ใช้งานได้ต่อเนื่องถึง 8 ชั่วโมง

8. หูฟังไร้สาย Technics EAH-AZ60 True-Wireless Earbuds

หูฟังไร้สาย Technics EAH-AZ60 True-Wireless Earbuds

         แบรนด์ : Technics  รุ่น : EAH-AZ60  ควบคุมการทำงาน : ผ่าน App บนสมาร์ทโฟน  กันน้ำ / ฝุ่น : มาตรฐาน IPX4  Bluetooth : เวอร์ชั่น 5.2   รองรับ : codec LDAC, AAC, SBC  ใช้งานได้ : 7 ชั่วโมง (ANC on), พร้อมเคสชาร์จ 24 ชั่วโมง (ANC on)

หูฟังไร้สาย Technics EAH-AZ60 True-Wireless Earbuds หูฟังไร้สายคุณภาพดี ราคาประหยัด ที่ได้รับการออกแบบเีไซน์มาอย่างสวยงาม ขนาดกำลังพอเหมาะ กะทัดรัด น้ำหนักเบา พกพาสะดวก

ดีไซน์สวยงาม น่าใช้งาน มาพร้อมกับความเป็นเอกลักษณ์ของห้องเสียง ฮาร์โมไนเซอร์ และไดรเวอร์ 8 มม. ช่วยให้สามารถได้ยินทุกรายละเอียดอย่างดีเยี่ยม คุณภาพเสียงที่ได้ มีความสมบูรณ์มาก ๆ

ช่วยให้สามารถเพลิดเพลินไปกับเสียงที่ทรงพลังได้เป็นอย่างดี การพูดคุยกันนั้น สามารถทำได้อย่างชัดเจน ด้วยไมค์ที่มีคุณสมบัติในการลดเสียงรบกวนจากลมถึง 8 ตัว และก็ยังมีเทคโนโลยี JustMyVoice™

ทำการแยกและขยายเสียงพูด รวมทั้งลดเสียงรบกวนรอบข้างลง ทำให้สามารุถ่ายทอดเสียงได้ชัดเจน มาพร้อมกับคุณสมบัติกันน้ำ IPX4 ป้องกันเหงื่อและน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีโหมด Natural Ambient Mode

ซึ่งจะเป็นโหมดรับเสียงโดยรอบตามธรรมชาติ ที่จะทำการตรวจจับเสียงพูดและเสียงโดยรอบอื่น ๆ ช่วยให้ได้ยินเสียงได้เป็นธรรมชาติกว่าการไม่สวมหูฟัง และใช้งานได้นาน 7 ชั่วโมงครับ เป็นหูฟังอีกรุ่นที่น่าสนใจไม่น้อยเลยครับ

จุดเด่น

  • เสียงดี สมดุลทุกย่าน โปร่งใส คมชัด และสะอาด
  • มาพร้อมกับระบบตัดเสียงรบกวนที่มีประสิทธิภาพสูง
  • ดีไซน์สวยงาม น่าใช้ สวมใส่สบายและกระชับ
  • สามารถกระจายน้ำหนักได้ดี ใช้งานได้นานโดยแทบไม่ล้าหูหรือเกิดอาการตึง
  • ทำมาจากวัสดุที่เป็นพลาสติกผิวด้าน ไม่เลอะรอยนิ้วมือ
  • สามารถกำหนดฟังก์ชันการควบคุมเองได้
  • ทำการตั้งค่าแยกกันได้ระหว่างการใช้งานปกติกับการคุยโทรศัพท์
  • ใช้งานได้นานสูงสุดถึง 7 ชั่วโมงด้วยการชาร์จเพียงครั้งเดียว

9. shokz รุ่น OpenMove หูฟังออกกำลังกายไร้สาย Bone Conduction

shokz รุ่น OpenMove หูฟังออกกำลังกายไร้สาย Bone Conduction

         แบรนด์ : shokz  รุ่น : OpenMove  การตอบสนองความถี่เสียง : 20 – 20,000 Hz.  Bluetooth : Bluetooth 5.0  ประเภทไมโครโฟน : Dual Noise Cancelling Mic. Mic.  Sensitivity : -40 dB.  การใช้งานต่อเนื่อง : ฟังเพลงต่อเนื่องสูงสุด 6 ชม.

shokz รุ่น OpenMove หูฟังออกกำลังกายไร้สาย Bone Conduction หูฟังประสิทธิภาพดี คุณภาพยอดเยี่ยม เหมาะสำหรับใช้งานตอนออกกำลังกายมาก ๆ หูฟังรุ่นนี้นะครับ เป็นหูฟังที่ออกแบบมาเป็นแบบแนบกระดูกแก้ม

หรือ Open-Ear ซึ่งทำออกมาเพื่อตอบโจทย์การใช้งานสำหรับเพื่อน ๆ ที่ไม่ชอบหูฟังแบบ In Ear สามารถสวมใส่ได้อย่างสะดวก ใส่สบายได้ตลอดวัน โดยไม่มีอาการอึดอัดมากวนใจ ตัวหัวฟังจะมีรูปทรงแบบคล้องหลังศีรษะ

แล้วคล้องมาทางด้านหน้า ใส่ล็อคเข้ากับหู สะดวกสบาย ในส่วนของการเชื่อมต่อ จะเป็นแบบไร้สาย มีความทันสมัย ในรูปแบบ Bluetooth 5.0 เชื่อมต่อได้ไกลถึง 10 เมตร สัญญานที่ได้ มีความคมชัดมาก ๆ

และมีความเสถียรดีเยี่ยม สำหรับคุณภาพเสียง จะมี เทคโนโลยี PremiumPitch 2.0 ให้รายละเอียดเสียงสูงขึ้น เสียงเบสมีความทรงพลัง พร้อมกับมีมิติที่กว้างกว่าเดิม การสั่นสะเทือนก็ลดน้อยลงไป

มีมาตรฐาน IP55 สามารถกันเหงื่อกันน้ำได้เป็นอย่างดี และ แบตเตอรี่ใช้งานได้สูงสุด 6 ชั่วโมง ถ้าเพื่อน ๆ กำลังมองหาหูฟังออกกำลังกาย ที่มีฟังก์ชั่นครบครัน ราคาคุ้มค่า หูฟังรุ่นนี้ เป็นคำตอบที่ดีมากครับ

จุดเด่น

  • กันเหงื่อ กันละอองน้ำ ด้วยมาตรฐาน IP55
  • ปรับแต่ง EQ ได้ถึง 3 รูปแบบ
  • เทคโนโลยี PremiumPitch 2.0 ให้รายละเอียดเสียงสูงขึ้น
  • เทคโนโลยี Bone Conduction ใหม่ล่าสุดจาก AFTERSHOKZ ด้วยการสั่นสะเทือน
  • น้ำหนักเบาเพียง 29 กรัม จึงสวมใส่ได้ต่อเนื่อง กระชับแน่นไม่หลุดตกง่าย
  • เชื่อมต่อไร้สายด้วย Blutooth 5.0 ประหยัดแบตเตอรี่มากยิ่งขึ้น

10. หูฟังออกกำลังกาย JBL Endurance Run BT Sweat-proof

หูฟังออกกำลังกาย JBL Endurance Run BT Sweat-proof

         แบรนด์ : JBL  รุ่น : Endurance Run BT  ประเภทหูฟัง : หูฟังอินเอียร์  มีสาย/ไร้สาย : ไร้สาย  การเชื่อมต่อหูฟัง (Input) : บลูทูธ  Bluetooth Version : 4.1  ระดับการกันน้ำ : IPX5  อิมพีแดนซ์ : 16 โอห์ม  การตอบสนองความถี่ : 20 – 20,000 เฮิรตซ์

หูฟังออกกำลังกาย JBL Endurance Run BT Sweat-proof มาพร้อมกับคุณภาพเสียงที่ยอดเยี่ยม ทรงพลัง โดยการออกแบบ FlipHook™ ที่ทำการปรับให้เข้ากับหูฟังแบบใส่ในหู หรือใส่ที่ด้านหลังใบหู

ทำให้สามารถใช้งานหูฟังรุ่นนี้ ได้อย่างสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น หูฟังรุ่นนี้ ให้คุณภาพเสียงที่ดีในทุกมิติ ทั้งสูง กลาง เบส โดยเสียงสูง ให้เสียงแหลมสดมีสีสัน ฟังสนุก เสียงกลาง ให้เสียงร้องที่ชัดเจน

ในบางแทรคอาจรู้สึกว่าตำแหน่งนักร้องถอยเล็กน้อย แต่ถ้าฟังเป็นเพลงอิเล็กทรอนิก เสียงร้องจะอยู่ในตำแหน่งที่ไม่ถอย ฟังได้อย่างสนุก และเสียงเบส แน่นหนึบ ฟังสนุกทุกจังหวะทุกบีท ชวนให้ขยับร่างกายามจังหวะเพลง

มาพร้อมกับมาตรฐาน IPX5 ที่กันเหงื่อ กันน้ำได้เป็นอย่างดี ในส่วนของหูฟังรุ่นนี้ สามารถใช้งานได้นาน 6 ชั่วโมง ใช้ออกกำลังกายได้อย่างยาว ๆ ไปเลย อีกทั้ง ยังมีไมโครโฟนในสายและรีโมทสำหรับการควบคุมเสียง

และการโทรแบบแฮนด์ฟรี มาให้ใช้งานอีกด้วย ถ้าเพื่อน ๆ ต้องการหูฟังออกกำลังกาย ที่ใช้งานได้ดี ประชับให้หู เป็นสายออกกำลังกายที่แท้จริง ไม่ควรที่จะพลาดการเป็นเจ้าของหูฟังรุ่นนี้อย่างยิ่งครับ

จุดเด่น

  • เป็นหูฟังออกกำลังกายแบบ In-Ear ใช้งานสะดวก
  • ผสมผสานระหว่างหูฟัง FlexSoft ™ที่สะดวกสบายและเทคโนโลยี TwistLock ™ รับประกันว่าจะไม่เจ็บ หรือหลุดร่วง
  • Fliphook การออกแบบสองทางที่ยืดหยุ่น ช่วยให้สวมใส่หูฟังได้ทั้งแบบใส่ในหูและด้านหลังใบหู
  • Sweatproof ออกแบบมาเพื่อทนทานสำหรับการออกกำลังกายกลางแจ้ง และในร่มเหมาะทุกสภาพอากาศ
  • สามารถใช้งานได้ยาวนานสูงสุด 6 ชั่วโมงด้วยกัน
  • ช่วยให้สามารถติด Bud ทั้ง 2 ข้างเข้าด้วยกัน ป้องกันสายพันกันขณะไม่ได้ใช้งานได้

ทำไมในการออกกำลังกายต้องใช้หูฟังออกกำลังกายโดยเฉพาะ

หูฟังออกกำลังกาย pantip

สำหรับ หูฟังออกกำลังกาย นั้น หลัก ๆ เลยจะเป็นแบบไร้สายเสียส่วนใหญ่ และเป็นหูฟังที่ตอบโจทย์ในการออกกำลังกายได้อย่างยอดเยี่ยมที่สุด ด้วยขนาดที่เล็ก กะทัดรัด พกพาสะดวก ใช้งานได้ง่ายดาย

รวมทั้ง หูฟังออกกำลังกาย สามารถทำการเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนได้อย่างรวดเร็ว รวมไปถึง หูฟังที่แต่ละแบรนด์ผลิตออกมาสู่ท้องตลาดในตอนนี้ ได่รับการออกแบบมาเพื่อใช้ในการออกกำลังกายโดยเฉพาะ

ทำให้เหมาะสมกับงานนี้มาก ๆ ไม่ใช่แค่นั้น แต่ละรุ่นก็ยังมีการเสริมฟังก์ชั่นการใช้งานต่าง ๆ ที่มีประโยชน์ต่อผู้ใช้มาให้อีกหลายอย่างอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นมาตรฐานการกันน้ำกันเหงื่อ ช่วยป้องกันความเสียหายได้ดี

การมีปุ่มกดเพื่อให้สามารถกดรับสาย กดวางสาย กดเพื่อเพิ่มลดระดับเสียง และกดเปลี่ยนเพลงได้อย่างสะดวกง่ายดายขึ้น ซึ่งล้วนแล้วแต่ทำออกมาเพื่อนักออกกำลังกายอย่างยิ่ง ควรมีไว้ใช้งานครับ

ประเภทของหูฟังไร้สายสำหรับนักออกกำลังกายมีอะไรบ้าง

หูฟังออกกำลังกาย รุ่นไหนดีที่สุด

หูฟังที่เหมาะกับการออกกำลังกาย มักมีขนาดเล็ก พกพาง่าย และมีน้ำหนักเบาอีกด้วย แต่ต้องบอกว่าหูฟังออกกำลังกายนั้น มีหลายแบบอยู่นะครับ งั้นเรามาดูกันสักนิดว่ามีอะไรบ้าง ดังนี้ครับ

1. หูฟังแบบไร้สาย (Truly Wireless)

แบบแรกหูฟังไร้สาย เป็นหูฟังที่เหมาะแก่การพกพา และสามารถใช้งานได้อย่างอเนกประสงค์ ทะ้งฟังเพลง ดูหนัง สนทนา และออกกำลังกาย สามารถใช้งานได้นานประมาณ 5 – 6 ชั่วโมง และเมื่อใช้งานพร้อมกับเคสชาร์จด้วย

ก็จะทำให้มีระยะเวลาการใช้งานที่ยาวนานมากยิ่งขึ้นไปอีกครับ เป็นหูฟังแบบแรก ทีได้รับความนิยมจากผู้ใช้งานเป็นอย่างมาก เพราะคุณภาพดี มีหลากหลายแบรนด์ หลากหลายรุ่นให้เลือกซื้อครับ

2. หูฟังไร้สายพร้อมที่เกี่ยวหู (Truly Wireless with Ear Hooks)

หูฟังแบบบนี้เรียกได้ว่า เหมาะกับการออกกำลังกายมากที่สุด เพราะจะมาพร้อมกับตัวเกี่ยวกับหูเลย ช่วยให้ใช้งานได้อย่างกระชับ ไม่เลื่อน ไม่หลุดกระเด็น ไม่ต้องกังวลในระหว่างการวิ่งออกกำลังกายเลย

รวมไปถึงยังมีมาตรฐานการป้องกันน้ำ ป้องกันฝุ่น ที่มีประสิทธิภาพมาก ๆ ด้วย ที่สำคัญ ยังป้องกันความเสียหายจากฝน คราบเหงื่อ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เป็นหูฟังที่มีความทนทาน ใช้งานได้อย่างยาวนาน

3. หูฟังไร้สายแบบมีสายเชื่อม (Wire-Connected Earbuds)

ในส่วนของหูฟังรูปแบบนี้ จะเป็นการติดตั้งคลิปสำหรับหนีบที่ปกเสื้อ เพื่อป้องกันการหล่นหายของตัวหูฟัง เหมาะสำหรับการออกกำลังกายเช่นเดียวกัน และมีมาตรฐานกานรป้องกันน้ำป้องกันเหงื่อได้ในระดับหนึ่ง

มาให้ด้วยเช่นกัน แต่ว่า หูฟังแบบนี้ไม่สามารถทำตกน้ำได้เลยนะครับ เพราะจะเกิดความเสียหายได้ในส่วนที่มีสาย แต่ถ้าพูดถึงคุณภาพของเสียง ก็ต้องบอกตามตรงว่า คุณภาพเสียงอยู่ในระดับที่ดีมากเลยครับ

วิธีการเลือกซื้อหูฟังออกกำลังกาย

หูฟังออกกำลังกาย ราคาถูก

1. ประเภทของหูฟัง

หูฟังออกกำลังกายนั้น จะมีหลายแบบให้เลือกใช้งานนะครับ โดยจะมีทั้ง หูฟังแบบครอบ หนูฟังแบบ In ear แบบมีสาย แบบไม่มีสาย แบบคล้องคอ ในส่วนนี้ใครถนัดแบบไหน เลือกได้ตามใจชอบเลยนะครับ

2. คุณภาพของเสียงที่ได้รับ

สิ่งที่เราต้องการจากหูฟังออกกำลังกายคือ คุณภาพเสียง เพราะเราเน้นการฟังเพลงไปด้วย วิ่งไปด้วยนั่นเอง ดังนั้น เสียงต้องดี เบสต้องหนักแน่น ดนตรีหนักหน่วง จะช่วยกระตุ่นให้ออกกำลังกายได้สนุกเร้าใจขึ้น

3. หูฟังแบบไร้สายจะเหมาะสมที่สุด

เวลาออกกำลังกาย ร่างกายจะขยับเคลื่อนไหวตลอด เพื่อให้เกิดความคล่องตัวสูงที่สุด หูฟังออกกำลังกายควรเป็นแบบไร้สาย เพื่อที่จะได้สายไม่เกะกะ เกิดความไม่สะดวกสบาย ดังนั้นเน้นหูฟังที่ไร้สายครับ

4. วัสดุที่นำมาผลิตและราคา

ในท้องตลาดบ้านเรา มีหูฟังหลายรุ่น หลายแบรนด์ มีราคาตั้งแต่หลักร้อยบาท ไปจนถึง หลักหลายพันบาท เพื่อน ๆ อาจจะดูกรอบงบประมาณของเพื่อน ๆ ก่อนก็ได้ แล้วค่อยไปเทียบคุณภาพของหูฟังอีกทีก่อนซื้อครับ

5. น้ำหนักและขนาดของหูฟัง

ให้เพื่อน ๆ เลือกที่มีน้ำหนักที่พอดี ๆ ไม่เบามากจนเกินไปนะครับ ถ้าเบามากไป อาจจะหลุดระหว่างออกกำลังกายได้ง่าย หูฟังก็ต้องมีขนาดกะทัดรัด ไม่ใหญ่มากจนเกินไป เพราะอาจจะใช้งานได้ไม่สะดวก

6. มีมาตรฐานการกันน้ำกันเหงื่อ

หูฟังสำหรับออกกำลังกายที่ดี จะต้องมีมาตรฐานการกันน้ำกันเหงท่อมาให้ด้วย เพราะเวลาวิ่งออกกำลังกาย จะมีเหงื่อออกมาเป็นจำนวนมาก ถ้ากันไม่ได้ อาจเกิดความเสียหายขึ้นได้ จุดนี้ถือว่าสำคัญมาก ๆ ครับ

7. การเชื่อมต่อ

ควรมีการเชื่อมต่อแบบไร้สาย หรือเชื่อมต่อแบบบลูทูธด้วย และต้องเชื่อมต่อได้ทั้ง IOS และ Android เพื่อเกิดความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น รวมทั้ง บางรุ่นสามารถเชื่อมจ่อกับสมาร์ทวอชได้อีกด้วย ถือว่าดีมาก ๆ ครับ

8. ความอึดของแบตเตอรี่

ในการออกกำลังกายแต่ละครั้ง จะต้องว่าใช้เวลานานหลายชั่วโมง เพื่อให้สามารถตอบโจทย์การใช้งานหูฟังมากที่สุด แบตเตอรี่ควรใช้งานได้นานอย่างน้อย 3 ชั่วโมง เพื่อที่จะได้ใช้งานได้อย่างต่อเนื่องนั่นเอง

มาตรฐานการกันน้ำคืออะไร

หูฟังออกกำลังกาย รุ่นไหนดีที่สุด

IP (Ingress Protection Ratings) คือ มาตรฐานตัวชีวัดในการใช้งานอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ว่ามีความสามารถในการป้องกันน้ำ ป้องกันเหงื่อ และป้องกันฝุ่น ได้ในระดับไหน ตรงจุดนี้จะประกอบด้วยตัวเลข 2 หลักนะครับ

เช่น IPX7 ในส่วนนี้บางอุปกรณ์อาจจะไม่ได้ป้องกันได้ทั้งหมด อาจจะป้องกันได้อย่างใดอย่างหนึ่ง ดังนั้นมาลองดูตัวเลขทั้ง 2 หลักดูครับ ว่าหมายถึงอะไร

ตัวเลขหลักแรก ก็คือ ระดับการป้องกันฝุ่น จะมีตั้งแต่ ระดับ 0 ไปจนถึงระดับ 6 ยิ่งตัวเลขมากขึ้นเท่าไร ก็จะสามารถป้องกันฝุ่นได้มากยิ่งขึ้นเท่านั้นครับ เช่น IP5X เป็นต้นครับ

ตัวเลขหลักที่สอง คือ ระดับการป้องกันน้ำครับ จะมีตั้งแต่ระดับ 0 ไปจนถึงระดับ 9 เช่นเดียวกันครับ ยิ่งตัวเลขมากขึ้นเท่าไร ก็จะสามารถป้องกันน้ำได้มากยิ่งขึ้นเท่านั้น อย่างเช่น IPX7 เป็นต้นครับ

ข้อควรระวังในการใช้หูฟังออกกำลังกาย

หูฟังออกกำลังกาย ราคา

การใช้ หูฟังออกกำลังกาย นั้น มีประโยชน์มากมายหลายอย่างก็จริง แต่ว่า ก็มีข้อที่ควรระมัดระวังด้วยนะครับ โดยข้อควรระวังที่สำคัญ คือ อย่าเปิดเสียงดังมากจนเกินไป โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ถ้าวิ่งออกกำลังกายนอกบ้าน

หรือวิ่งริมถนน การที่เราเปิดเสียงดังมากจนเกินไป จะทำให้เราไม่ได้ยินเสียงรอบ ๆ ตัวของเรา จนอาจเป็นสาเหตุให้เกิดอุบัติเหตุได้ เพราะเราจะมั่วแต่ฟังเพลงไป วิ่งออกกำลังกายไปอย่างชิว ๆ จนไม่สนใจรอบข้าง

แบบนี้ไม่ดีอย่างยิ่งเลยครับ วิ่ง ๆ อยู่อย่างเพลิดเพลิน อาจจะโดนรถชนจนบาดเจ็บได้ครับ ดังนั้น เพื่อน ๆ ต้องระมัดระวังเรื่องนี้มาก ๆ เพื่อที่จะได้ออกกำลังกายได้อย่างปลอดภัยครับ

สรุป

มาถึงบทสรุปแล้ว เพื่อน ๆ คงได้ทราบข้อมูลต่าง ๆ ที่มีประโยชน์ของ หูฟังออกกำลังกาย กันแล้วใช่ไหมครับ หูฟังออกกำลังกาย ออกแบบมาเพื่อช่วยให้การออกกำลังกายสนุกสนาน และออกกำลังกายได้ดียิ่งขึ้น

เพราะว่าได้ฟังเพลงเพราะ ๆ ไปด้วย วิ่งไปด้วย ช่วยให้เคลื่อนไหวได้เข้ากับจังหวะดนตรีเลย มีไว้ใช้งาน จะช่วยให้การออกกำลังกายไม่น่าเบื่อ และมีกำลังใจในการออกกำลังกายต่อไปนั่นเองครับ

ถ้าเพื่อน ๆ อยากมีไว้ใช้งานบ้างนั้น เพื่อน ๆ สามารถเลือกจาก 10 อันดับ หูฟังออกกำลังกาย ยี่ห้อไหนดี ได้เลยนะครับ อีกทั้ง อยากจะบอกเพื่อน ๆ อีกสักนิดว่า ควรเลือกหูฟังที่สามารถรับฟังเสียงรอบข้างได้ด้วยนะ

เพื่อที่จะได้รู้ความเคลื่อนไหวรอบ ๆ ตัว ไม่ใช้ได้ยินแต่เพลงอย่างเดียว จนไปจดจ่อกับเพลงมากเกินไป อาจเกิดอุบัติเหตุได้นั่นเองครับ เพียงเท่านี้เพื่อน ๆ ก็จะสามารถออกกำลังกายได้อย่างปลอดภัยที่สุดครับ

About the Author: Tangthon

สวัสดีครับ ผมตังค์ทอนครับ ยินดีต้อนรับสู่ Blog Tangthon.com นะครับ บล็อกนี้ผมตั้งใจนำเสนอบทความต่าง ๆ ที่น่าสนใจ และเป็นประโยชน์ต่อเพื่อน ๆ ครับ ไม่ว่าจะเป็น แนะนำที่พักที่ได้รับความนิยม, แนะนำสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ รวมทั้งบทความในเรื่องอื่น ๆ ที่น่าสนใจอีกหลายหัวข้อครับ อยากให้ติดตามกันนะครับ แค่แวะมาก็ดีใจแล้วครับ

You might like