10 กล้อง Full Frame ยี่ห้อไหนดี คมชัดสูง น้ำหนักเบา โฟกัสแม่นยำ ปี 2021

กล้อง Full Frame ยี่ห้อไหนดี

สวัสดีครับเพื่อน ๆ ยุคนี้เป็นยุคที่หลาย ๆ คน เล่นโซเชียลกันอย่างสนุกสนาน การถ่ายรูปสวย ๆ ลงโซเชียลนั้น ก็เป็นอะไรที่ได้รับความนิยมมากจริง ๆ กล้องถ่ายรูปสวย ๆ ดี ๆ ก็มีหลายอย่าง วันนี้ ผมจะมาพูดถึง กล้อง Full Frame ครับ

กล้อง Full Frame นั้น ถือว่าเป็นกล้องถ่ายรูป ที่มีคุณภาพดีเยี่ยมเลยนะครับ ถ่ายรูปสวย ภาพคมชัด ใช้งานได้ง่ายและเร็ว ไม่แพ้กล้อง กล้อง Mirrorless เลย นอกจากนั่น ถ้าต้องการรูปสวย ๆ มุมสูง ก็อาจจะใช้  โดรนติดกล้อง  มาร่วมด้วยครับ

แต่สำหรับ กล้อง Full Frame นั้น ต้องยอมรับว่า กำลังได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยผู้ผลิตชั้นนำหลายแบรนด์นั้น ก็ได้ส่งกล้องรุ่นต่าง ๆ ออกมาแข่งขันกันอย่างมากมายครับ

กล้องแต่ละรุ่นนั้น มีคุณภาพที่ดี และมีจุดดีจุดด้อยที่แตกต่างกันออกไป ในเรื่องการใช้งาน ก็จะมีความแตกต่างในเรื่อง การใช้งาน ราคา และ ประเภทของเลนส์ครับ เพื่อน ๆ หลายคนอยากซื้อ กล้อง Full Frame มาใช้งาน

แต่ว่ายังตัดสินใจไม่ได้เลย ว่าจะซื้อรุ่นไหนดี และรุ่นไหนที่จะเหมาะสมกับตนเองมากที่สุด ถ้าจะเอาข้อมูลมาเปรียบเทียบ คงมีเยอะมากมาย ไม่รู้จะเริ่มต้นตรงไหนดี ถ้าเพื่อน ๆ กังวลเรื่องนี้ ไม่ต้องห่วงนะครับ

ในวันนี้ครับ ตังค์ทอน ได้รวบรวมข้อมูลต่าง ๆ ของกล้องชนิดนี้มาฝากเพื่อน ๆ แล้วครับ ไม่ว่าจะเป็น กล้อง Full Frame คืออะไร ทำความรู้จักกันสักนิด เคล็ดลับวิธีเลือกซื้อกล้องให้เหมาะกับสไตล์การถ่ายรูปของเพื่อน ๆ

รวมทั้งข้อมูลฟังก์ชั่นการใช้งานต่าง ๆ ที่ควรรู้ กล้องรุ่นต่าง ๆ สำหรับผู้เริ่มต้น ไปจนถึงระดับมือโปร และที่สำคัญครับ ผมได้นำ 10 กล้อง Full Frame คุณภาพดี ราคาถูก ถ่ายรูปสวย ภาพคมชัดมาให้แล้ว จะมีรุ่นไหนบ้างนั้น ไปติดตามกันได้เลยครับ

10 อันดับ กล้อง Full Frame ยี่ห้อไหนดี ราคาถูกที่สุด น้ำหนักเบา โฟกัสแม่นยำ พร้อมลุยทุกสถานการณ์ ปี 2021

1. กล้อง Nikon D750

กล้อง Nikon D750

จำนวนพิกเซล : 24.3 ล้านพิกเซล   ระบบ Auto Focus : 51 จุด   ความไวแสง ISO (Auto) : 100 – 12800   ระบบประมวลผลภาพ : EXPEED 4   ความเร็วชัตเตอร์ : 1/4000 – 30 วินาที   ภาพถ่ายต่อเนื่อง : 100 ภาพ   ความเร็วต่อเนื่อง : 6 เฟรม / วินาที

กล้อง Nikon D750 รุ่นนี้ครับ เป็นกล้องรูปแบบ FX ตัวแรกของ Nikon ที่ขนาดของกล้องนั้น เล็ก กะทัดรัด น้ำหนักเบา พกพาสะดวกมาก บอดี้ของกล้อง ทำจากแมกนีเซียมและคาร์บอนไฟเบอร์ มีความเบามาก และทนทานยอดเยี่ยม

มาพร้อมกับหน้าจอ LCD ปรับเอียงได้ขนาด 3.2 นิ้ว ภายในตัวกล้อง จะมีแฟลชมาให้ในตัว และมีความสมารถในการกันน้ำกันฝุ่นได้ด้วย มีความทนทานพร้อมลุยตลอดเวลาครับ ระบบโฟกัสของกล้อง สามารถบโฟกัสจับภาพวัตถุได้อย่างยอดเยี่ยม

มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ด้วย Advanced Multi-CAM 3500 II ที่จะช่วยในการโฟกัสแม้ในที่ ที่มีแสงน้อยถึง -3 EV ซึ่งสายตาเราจะมองเห็นยาก ความสามารถของกล้องนี้ สามารถจับภาพได้แม่นยำด้วยออโต้โฟกัสแบบกลุ่ม

สามารถล็อควัตถุต่าง ๆ ที่กำลังเคลื่อนไหวอย่างงรวดเร็วได้อย่างแม่นยำ ทำให้ภาพที่ได้ออกมาอย่างคมชัดสวยงาม มีความสามารถในการบันทึกภาพได้ทั้งแบบ RAW /JPEG อีกทั้ง ยังรองรับระบบ Wi-Fi

ให้เพื่อน ๆ เชื่อมต่อกับ Smart Phone ได้ด้วย ถือได้ว่าเป็น กล้อง Full Frame ที่สมบูรณ์แบบมาก ๆ ครับ น่ามีไว้ใช้งานอย่างยิ่งครับ

จุดเด่น

  • ความละเอียด 24.3 megapixel
  • จุดออโต้โฟกัส 51 จุด มี 15 จุดเป็นแบบ Cross-type
  • ใช้ระบบโฟกัส Multi-CAM 3500 II
  • มีระบบวัดแสง Highlight metering
  • ถ่ายภาพต่อเนื่อง 6.5 fps
  • หน้าจอ LCD ขนาด 3.2 นิ้ว สามารถปรับองศาการมองได้

2. กล้อง SONY A7II

กล้อง SONY A7II

จำนวนพิกเซล : 24.3 ล้านพิกเซล   ระบบ Auto Focus : 117 จุด   ความไวแสง ISO (Auto) : 100–51200   ระบบประมวลผลภาพ : BIONZ X™   ความเร็วชัตเตอร์ : 1/8000 – 30 วินาที   ภาพถ่ายต่อเนื่อง : 60 ภาพ   ความเร็วต่อเนื่อง : 5 เฟรม / วินาที

กล้อง SONY A7II เป็นกล้องอีกหนึ่งรุ่นจาก Sony ที่ไว้ใจได้เรื่องคุณภาพครับ โดยกล้องรุ่นนี้ มีโครงสร้างที่แข็งแรง ทนทาน ทำมาจากแมกนีเซียมอัลลอย และยังมีระบบกันสั่น 5 แกน ที่ทำงานร่วมกับเลนส์ขณะโฟกัสครับ

ข้อดีของกล้องรุ่นนี้ครับ จะอยู่ที่ความเร็วในการจับภาพแม้ขณะเคลื่อนไหว คุณสมบัติชั้นสูงของตัวกล้อง คือ Fast Hybrid AF ทำให้สามารถจับโฟกัสได้ไว ตอบสนองในการถ่ายภาพได้อย่างแม่นยำคมชัด

มีระบบประมวลผลภาพ BIONZ X™ ที่จะช่วยให้ภาพที่ถ่ายออกมา สวยงาม สมจริงมาก ๆ มีการรองรับการเชื่อมต่อด้วยระบบ One-Touch ช่วยให้การแชร์ภาพที่ถ่ายได้รวดเร็วขึ้น ด้วย Wi-Fi และ NFC ในตัวกล้อง

ถ้าเพื่อน ๆ คนไหนเป็นสายโพสภาพลงโซเชียลนะครับ ต้องชอบให้คุณสมบัติต่าง ๆ ของกล้องตัวนี้อย่างแน่นอนครับ

จุดเด่น

  • มีเซ็นเซอร์ Fullframe BSI CMOS 24.2 ล้านพิกเซล
  • ISO 100 ถึง 204800
  • สามารถถ่ายภาพต่อเนื่องได้สูงสุด 10 fps
  • กันสั่น 5 แกนที่เซ็นเซอร์ เคลมไว้ถึง 5 Stops
  • มีโหมด 4K HDR มาให้
  • รองรับวิดีโอ 4K สูงสุด 30Fps / FHD สูงสุด 120 Fps

3. กล้อง NIKON D850

กล้อง NIKON D850

จำนวนพิกเซล : 45.7 ล้านพิกเซล   ระบบ Auto Focus : 153 จุด   ความไวแสง ISO (Auto) : 64 – 25600   ระบบประมวลผลภาพ : EXPEED 5

กล้อง NIKON D850 กล้องที่เด่นในด้านความแข็งแรง ทนทาน บุกตลุยทุกสถานการณ์ เป็นกล้องที่เหมาะใช้งานในภาคสนาม ทนทานทุกสภาพอากาศ ออกแบบให้ Grip และ ปุ่มต่าง ๆ นั้น ง่ายต่อการจับมากขึ้น

ในส่วนของการใช้งานจอ Touch Screenนั้น สามารถปรับองศาได้ เหมาะมากกับงานที่เน้นในการถ่ายภาพ ที่ต้องการความละเอียดสูง เช่น การแข่งขัน, ทิวทัศน์, หรืองาน Portrait ต่าง ๆ กล้องจะมีโฟกัสวัตถุได้เร็ว และแม่นยำ ติดตามวัตถุได้ดี

ภาพถ่ายที่ได้จากกล้องรุ่นนี้ มีสีสันสวยงาม คมชัด ไม่ต้องกังวลเรื่อง Noise เลยครับ อีกทั้งยังมีช่วงไดนามิกที่กว้าง รองรับการถ่ายวีดีโอ Time Lapse และ 4K ด้วย ฟังก์ชันชัตเตอร์ไร้เสียง ได้รับการออกแบบมาอย่างดีเยี่ยม

และก็ยังมีระบบการตกแต่งภาพ ที่ยืดหยุ่น สามารถใช้งานได้อย่างหลากหลาย ครบทุกความต้องการของทุกคนครับ

จุดเด่น

  • มีเซนเซอร์รับภาพ BSI CMOS ขนาด 45.7MP รูปแบบ FX
  • มีตัวประมวลผลภาพ EXPEED 5
  • 3.2 “2.36m-Dot Tilting Touchscreen LCD
  • สามารถบันทึกวิดีโอขนาด 4K UHD ที่ 30 เฟรมต่อวินาที
  • ระบบออโตโฟกัส 153 จุดแบบ Multi-CAM 20K

4. กล้อง Sony Camera Alpha a7III

กล้อง Sony Camera Alpha a7III

จำนวนพิกเซล : 42.4 ล้านพิกเซล   ระบบ Auto Focus : 399 จุด   ความไวแสง ISO (Auto) : 100 – 32000   ระบบประมวลผลภาพ : EXMOR R CMOS   ความเร็วชัตเตอร์ : 1/8000 – 30 วินาที   ภาพถ่ายต่อเนื่อง : 76 ภาพ   ความเร็วต่อเนื่อง : 10 เฟรม / วินาที

กล้อง Sony Camera Alpha a7III เป็นกล้อง Mirrorless Full Frame จากแบรนด์ Sony ครับ กล้องรุ่นนี้ ให้ภาพที่มีความคมชัดที่สูงมาก ๆ สามารถขยายภาพใหญ่ได้ โดยไม่เสียความคมชัด ภาพไม่แตก ครบทุกรายละเอียด

เช่น ภาพจาการถ่ายโฆษณา จับภาพได้รวดเร็ว เก็บแสงได้อย่างดี สามารถจับดวงตาสิ่งมีชีวิตได้ดี รองรับกับวีดีโอระดับ 4K และการถ่ายเสมือนจริงครับ กล้องรุ่นนี้ครับ ก็ยังมีฟังก์ชัน Pixel Shift Multi Shoot ที่ให้ภาพมีสีสันสวยสดใส

มีโหมดถ่ายรูปไร้เสียง ที่สำคัญ ยังมีระบบกันสั่นถึง 5 แกน ประสิทธิภาพดีเยี่ยม สามารถถ่ายภาพแบบภาพนิ่ง และแบบวิดีโอได้ ให้ไฟล์รูป RAW ที่ 14 Bit และก็ยังสามารถ รองรับการโอนไฟล์อย่างรวดเร็วด้วยพอร์ต USB 3.1 อีกด้วย

กล้องได้รับการออกแบบดีไซน์มาเป็นอย่างดี เล็ก กะทัดรัด น้ำหนักเบาเพียง 572 กรัมเท่านั้น เป็นกล้องอีกตัวจาก Sony ที่มั่นใจได้ในคุณภาพ และพร้อมลุยทุกกิจกรรมของเพื่อน ๆ ครับ

จุดเด่น

  • เป็นกล้อง Full-Frame เซ็นเซอร์ความละเอียด 24.2 MP
  • รองรับการถ่ายวิดีโอระดับ 4K HDR
  • ISO 100 ถึง 204800
  • สามารถรัวชัตเตอร์ได้สูงสุด 10 fps
  • 14 Bit Raw
  • มีกันสั่น 5 แกน ซึ่งเคลมว่ากันสั่นได้ถึง 5.5 Stops

5. กล้อง Canon EOS 5D Mark IV

กล้อง Canon EOS 5D Mark IV

จำนวนพิกเซล : 30.4 ล้านพิกเซล   ระบบ Auto Focus : 61 จุด   ความไวแสง ISO (Auto) : 100 – 32000   ระบบประมวลผลภาพ : DIGIC 6+   ความเร็วชัตเตอร์ : 1/8000 – 30 วินาที   ความเร็วต่อเนื่อง : 7 เฟรม / วินาที

กล้อง Canon EOS 5D Mark IV กล้องคุณภาพเยี่ยมจากแบรนด์ Canon ครับ ตัวกล้องรุ่นนี้ มีความสามารถในการป้องกันน้ำ ป้องกันฝุ่นละอองได้ครับ มีหน้าจอ LCD ที่เพิ่มความรวดเร็วในการโฟกัส

และสามารถกดถ่ายรูปได้ง่าย ๆ ด้วยการแตะที่หน้าจอเบา ๆ นอกจากนี้นะครับ กล้องรุ่นนี้ ยังสามารถเก็บรายละเอียด และสีได้อย่างยอดเยี่ยม การโฟกัสก็แม่นยำ และรวดเร็ว ทันใจเมื่อใช้งาน รองรับวีดีโอระดับ 4K

และยังสามารถดึงภาพนิ่ง จากวิดีโอได้ด้วย ได้ความละเอียดมากถึง 8.8 ล้านพิกเซลเลยครับ และยังสามารถอัพเกรดเฟิร์มแวร์ เพื่อทำการเพิ่มประสิทธิภาพ และคุณสมบัติต่าง ๆ ได้ รวมถึงการตกแต่งภาพก็ทำได้ดีมาก ๆ ด้วยครับ

จุดเด่น

  • กล้อง DSLR ระดับมืออาชีพ
  • มี sensor ขนาด Full Frame ความละเอียด 30.4 megapixel
  • Processor DIGIC6+
  • รองรับการบันทึก Video ความละเอียด 4K
  • มีจุดโฟกัส 61 จุด โฟกัสด้วยระบบ
  • ระบบ Dual Pixel ช่วยให้สามารถผ่าน live view ได้รวดเร็ว

6. กล้อง Nikon D5

กล้อง Nikon D5

จำนวนพิกเซล : 21.33 ล้านพิกเซล   ระบบ Auto Focus : 153 จุด   ความไวแสง ISO (Auto) : 100 – 102400   ระบบประมวลผลภาพ : EXPEED 5   ความเร็วชัตเตอร์ : 1/8000 – 30 วินาที   ภาพถ่ายต่อเนื่อง : 200 ภาพ   ความเร็วต่อเนื่อง : 12 เฟรม / วินาที

กล้อง Nikon D5 กล้องรุ่นนี้ ได้รับการออกแบบดีไซน์ตัวบอดี้มาเป็นอย่างดี มีความแข็งแรง ทนทาน ป้องกันเศษฝุ่น – ละอองน้ำได้ดี กล้องมีความโดดเด่นในเรื่อง ระบบ AF ที่ครอบคลุมได้กว้าง ติดตามวัตถุเคลื่อนที่ได้ดีเยี่ยม

มีระบบวัดแสงมากถึง 180,000 พิกเซล การวัดแสงทำได้แม่นยำ และการโฟกัสก็ทำได้ดีมาก ๆ ไล่ระดับสีได้อย่างสวยงาม มีค่าความไวแสงสูง ช่วงไดนามิกกว้าง ไม่ว่าบริเวณนั้น จะมีแสงมากหรือน้อย ก็สามารถถ่ายได้สวยงาม

สามารถถ่ายภาพวิดีโอคุณภาพสูงได้ สามารถควบคุมแฟลชชนิดไร้สาย และก็สามารถถ่ายโอนข้อมูลได้อย่างรวดเร็วมากกว่าเดิมถึง 4 เท่าเลยครับ เป็นอีกหนึ่งกล้องจาก Nikon ที่น่าใช้มาก ๆ ครับ

จุดเด่น

  • มีเซนเซอร์ใหม่ Full Frame ขนาด 20.8 ล้านพิกเซล
  • ชิปประมวลผลใหม่ EXPEED 5
  • ISO 100-102,400 และ ขยายเพิ่มได้เป็น ISO 50-3,280,000 ! ! !
  • โมดูลโฟกัสใหม่ Multi-CAM 20K AF จุดโฟกัส 153 จุดเป็น Cross-type 99 จุด
  • สามารถถ่ายภาพต่อเนื่อง 12 ภาพต่อวินาที (พร้อม AF) และ 14 ภาพต่อวินาที(ไม่ AF)
  • เซนเซอร์วัดแสงใหม่ความละเอียด 180,000 พิกเซล ละเอียดขึ้นกว่าเดิมเท่าตัว

7. กล้อง Canon Camera EOS 6D Mark 2

กล้อง Canon Camera EOS 6D Mark 2

จำนวนพิกเซล : 26.2 ล้านพิกเซล   ระบบ Auto Focus : 45 จุด   ความไวแสง ISO (Auto) : 100 – 40000   ระบบประมวลผลภาพ : DIGIC 7   ความเร็วชัตเตอร์ : 1/4000 – 30 วินาที   ภาพถ่ายต่อเนื่อง : 110 ภาพ   ความเร็วต่อเนื่อง : 6.5 เฟรม / วินาที

กล้อง Canon Camera EOS 6D Mark 2 กล้องรุ่นนี้ มีน้ำหนักที่เบามาก เพียงแค่ 685 กรัม (ไม่รวมแบตเตอรี่) เรียกได้ว่าเบากว่ารุ่นอื่น ๆ นะ เมื่อนำมาเปรียบเทียบดู สามารถโฟกัสและชัตเตอร์ได้บนหน้าจอ LCD ที่หมุนได้หลายมุม

กล้องมาพร้อมกับแอปพลิเคชั่นต่าง ๆ ที่ให้เพื่อน ๆ สามารถใช้งานได้อย่างสะดวกสบายมากเลย กล้องรุ่นนี้ มีคุณภาพต่าง ๆ ที่ดีเยี่ยม ให้ภาพที่คมชัด ถ่ายสวยทุกรายละเอียด และ สีสันสดใสสวยงามคมชัดสมจริง

ลด Noise ของภาพได้ดี สามารถจับภาพได้ แม้ในที่แสงน้อยถึง -3 EV มี Wi-Fi ในตัว และยังรองรับ Bluetooth, NFC, และ GPS ด้วย กล้องมีระบบกันสั่น สำหรับการถ่ายวีดีโอชนิด HD และใช้ร่วมกับเลนส์ได้มากกว่า 70 รุ่น พร้อมทุกภารกิจของทุกคนครับ

จุดเด่น

  • ความละเอียด : 26.2MP Full-Frame CMOS Sensor
  • ตัวประมวลผลภาพ : DIGIC 7 Image Processor
  • จุดโฟกัส : 45-Point All-Cross Type AF System
  • ความละเอียดวิดีโอ :Full HD Video at 60 fps; Digital IS
  • จอแสดงผล: 3″ 1.04m-Dot Vari-Angle Touchscreen LCD
  • เทคโนโลยี :Dual Pixel CMOS AF and Movie Servo AF

8. กล้อง Canon EOS 1D X Mark II

กล้อง Canon EOS 1D X Mark II

จำนวนพิกเซล : 20.2 ล้านพิกเซล   ระบบ Auto Focus : 61 จุด   ความไวแสง ISO (Auto) : 100 – 51200   ระบบประมวลผลภาพ : DIGIC 6+   ความเร็วชัตเตอร์ : 1/8000 – 30 วินาที  ความเร็วต่อเนื่อง : 14 เฟรม / วินาที

กล้อง Canon EOS 1D X Mark II เป็นกล้องที่ได้รับการออกแบบดีไซน์มาเป็นอย่างดีครับ บอดี้ของกล้องรุ่นนี้ผลิตจากแมกนีเซียม มีความแข็งแรงทนทาน การใช้งานกล้อง สามารถสั่งการผ่านทางหน้าจอ LCD โดยระบบสัมผัส

กล้องรุ่นนี้ ผ่านการทดสอบทางคุณภาพอย่างเข้มงวดครับ สามารถป้องกันฝุ่นละออง และป้องกันหยดน้ำได้ สามารถถ่ายภาพออกมาได้อย่างสวยงาม คมชัด ระดับมืออาชีพ มีการประมวลผลได้รวดเร็ว

และติดตามวัตถุได้อย่างถูกต้องแม่นยำด้วย AI Servo AF III+ เก็บได้ทุกรายละเอียด กล้องมาพร้อมกับ เซนเซอร์วัดแสง RGB+IR Metering Sensor ทำให้รูปถ่ายออกมาสวยงาม จับโฟกัสได้ดี และแม่นยำ

สามารถเลือกภาพถ่ายจากวีดีโอระดับ 4K ได้ สามารถถ่ายในที่ ที่มีแสงน้อยที่ระดับ -3 EV ได้ และก็ยังรองรับระบบ Wi-Fi และ GPS อีกด้วยครับ

จุดเด่น

  • เซนเซอร์ภาพ 20.2 mega-pixel 35mm Full Frame CMOS sensor with Dual Pixel CMOS AF
  • ชิพประมวลผลภาพ Dual DIGIC 6+
  • ค่าความไวแสง ISO 100-51,200
  • ความเร็วถ่ายภาพต่อเนื่อง 16 fps (Live View), 14 fps (Viewfinder)
  • คุณภาพวิดีโอสูงสุด 4K 60p
  • ระบบออโต้โฟกัส 61-point High-Density Reticular AF System (41-point cross type)

9. กล้อง Nikon D800

กล้อง Nikon D800

จำนวนพิกเซล : 36.3 ล้านพิกเซล   ระบบ Auto Focus : 51 จุด   ความไวแสง ISO (Auto) : 100 – 6400   ระบบประมวลผลภาพ : EXPEED 3   ความเร็วชัตเตอร์ : 1/8000 – 30 วินาที   ความเร็วต่อเนื่อง : 5 เฟรม / วินาที

กล้อง Nikon D800 กล้องจาก Nikon ที่มี ความละเอียด 36.3 ล้านพิกเซล มีเซ็นเซอร์ CMOS ฟอร์แมท FX ตัวบอดี้กล้องนั้น ผลิตจากแมกนีเซียมอัลลอย มีประสิทธิภาพป้องกันละอองน้ำ – ฝุ่นได้ดี

สามารถถ่ายภาพด้วยฟอร์แมท DX ได้ โดยความละเอียดลดลงเหลือ 15.4 ล้านพิกเซล สามารถรองรับการใช้งาน ในสภาพแวดล้อมลุย ๆ ได้ มาพร้อมจอ LCD, ช่องมองภาพ, และชุดชัตเตอร์ที่ทนทาน

กล้องสามารถสร้างสรรค์วีดีโอได้ตามจินตนาการ ให้คุณภาพสูงสุดด้วยระบบ D – Movie มีระบบ Time Lapse ที่รวบรวมภาพนิ่ง จัดทำเป็นวีดีโอ รองรับทั้งไฟล์ RAW และ JPEG ส่งไฟล์ได้อย่างรวดเร็วขึ้นด้วยพอร์ต SuperSpeed ชนิด USB 3.0 เป็นกล้องที่ดีมากครับ

จุดเด่น

  • ความละเอียด 36.3 ล้านพิกเซล
  • เซ็นเซอร์ CMOS ฟอร์แมท FX
  • สามารถถ่ายภาพด้วยฟอร์แมท DX ได้ โดยความละเอียดลดลงเหลือ 15.4 ล้านพิกเซล
  • หน่วยประมวลผล EXPEED 3
  • บอดี้เป็นแมกนีเซียมอัลลอย ซีลรอยต่อป้องกันฝุ่นและความชื้น
  • ชัตเตอร์ผ่านการทดสอบ 200,000 ครั้ง

10. กล้อง Canon EOS 5DS R

กล้อง Canon EOS 5DS R

จำนวนพิกเซล : 50.6 ล้านพิกเซล   ระบบ Auto Focus : 61 จุด   ความไวแสง ISO (Auto) : 100 – 6400   ระบบประมวลผลภาพ : Dual DIGIC 6   ความเร็วชัตเตอร์ : 1/8000 – 30 วินาที   ความเร็วต่อเนื่อง : 5 เฟรม / วินาที

กล้อง Canon EOS 5DS R กล้องถ่ายรูปที่มีความเหนือชั้น ที่มีฟังก์ชั่นการใช้งานมาให้อย่างครบครัน ช่วยให้ภาพที่ถ่ายได้ มีคุณภาพสูง สวยงามคมชัด มีระบบ AF ที่สามารถจดจำและติดตามวัตถุแบบอัจฉริยะ EOS ITR

ที่จะทำให้แม้ถ่ายภาพเคลื่อนไหว ก็ยังสามารถถ่ายออกมาได้อย่างสวยงาม นอกจากนั้น ยังมี Optical Low – Pass Filter เพื่อลดการเกิดอาการเหลือบหรือคลื่นสีบนวัตถุ มี Crop Shooting ช่วยให้เลือกถ่ายได้ 2 ขนาด

มีระบบลดแรงสั่นสะเทือนจากกระจกสะท้อนภาพ โดยจะมีการซึมซับแรงสะเทือน เวลาที่กระจกเคลื่อนที่ ช่วยให้ไร้ปัญหาการสั่นของกล้อง ทำให้รูปถ่ายออกมาเป็นที่ยอดเยี่ยมครับ

จุดเด่น

  • ช่องมองภาพความครอบคลุมพื้นที่ 100%
  • Customizable Quick Control ให้เอาการตั้งค่าที่ใช้บ่อยๆ มาไว้ในตำแหน่งที่ใช้สะดวกๆ
  • ถ่ายวิดีโอได้ที่ 1080p สูงสุด 30fps หรือ 720p สูงสุด 60fps
  • ระบบ time-lapse สำหรับวิดีโอ ตั้งหน่วงเวลาได้ตั้งแต่ 1 วินาทีจนไปถึง 99 ชั่วโมง 59 นาที 59 วินาที
  • ถ่ายภาพได้ถึง 5 ภาพต่อวินาทีที่ความละเอียดเต็ม 50 ล้านพิกเซล
  • ช่องใส่การ์ด 2 ช่องสำหรับ SD รองรับมาตรฐาน UHS-1 และอีกช่องสำหรับ CF

กล้อง Full Frame คืออะไร

กล้อง Full Frame ราคาถูก

กล้องฟูลเฟรม คือ กล้องที่ใช้เซ็นเซอร์ ที่มีขนาดเท่ากันกับฟีล์ม 35 mm.ครับ กล้องประเภทนี้นั้น เป็นกล้องถ่ายรูประดับโปร ราคาก็จะสูงเป็นธรรมดาครับ เพราะว่าเซ็นเซอร์รับภาพที่มีขนาดใหญ่ โดยเทียบกับกล้องสมัยเก่าจะเป็น ฟีล์ม 35 มม. ครับ

แนะนำให้อ่าน : กล้อง Mirrorless ยี่ห้อไหนดี

จุดเด่นของกล้องชนิดนี้ คือ คุณภาพของภาพที่ถ่ายได้จะดีมากครับ ด้วย เซ็นเซอร์รับภาพขนาดใหญ่ มีพื้นที่รับแสงที่ใหญ่ ทำให้รับแสงได้ดี และมีจุดรบกวนที่น้อยกว่า รวมไปถึง องศาการรับภาพที่ถ่ายออกมาก็จะเท่ากับเลนส์ที่ใช้จริง ๆ ด้วยนั่นเองครับ

วิธีเลือกกล้อง Full Frame ต้องดูจากอะไร?

เลือกตามงบประมาณ

กล้อง Full Frame นั้นมีราคาที่หลสกหลาย แตกต่างออกไปตามคุณภาพของกล้อง โดยจะมีตั้งแต่ 20,000 กว่าบาท ไปจนถึงมากกว่า 200,000 บาท โดยเลือกใช้ตามระดับของผู้ใช้ครับ ไม่ว่าจะเป็น มือใหม่ ไปจนถึงระดับโปร

ตรงจุดนี้ผมแนะนำว่า ใครที่ยังเป็นมือใหม่เพิ่งเริ่มเล่นกล้อง ก็สามารถเลือกใช้รุ่นที่เหมาะสำหรับมืออาชีพได้เลยนะ ดังนั้น อย่าลืมดูวิธีใช้งานและเลือกซื้อตามงบประมาณของตัวเองด้วยนะครับ

เลือกจำนวนพิกเซลให้เหมาะกับจุดประสงค์การถ่ายภาพ

กล้องฟูลเฟรมที่มีจำนวนพิกเซลมาก ๆ จะทำให้สามารถถ่ายภาพได้สวยคมชัดมากขึ้น กล้องที่ความละเอียดมากกว่า 30 ล้านพิกเซลขึ้นไป จะสามารถถ่ายรูปวิวที่มีความละเอียดสูงได้อย่างดี แต่กล้องที่พิกเซลมาก กล้องอ่านสั่นง่าย และไฟล์ใหญ่มากไปนั่งเอง

ส่วนกล้องที่มีพิกเซลไม่มาก อย่างกล้องที่มีความละเอียดเทียบเท่า 16–20 ล้านพิกเซลก็เพียงพอที่จะถ่ายรูปสวย ๆ ได้ และสามารถให้คุณภาพรูปที่สูง มีความคมชัดมากด้วย ซึ่งตรงนี้เพื่อน ๆ สามารถใช้งานกล้องได้ทั้งสองแบบเลยครับ

เลือกรุ่นที่มีระบบจับโฟกัสที่ฉับไว หากต้องการถ่ายภาพเคลื่อนไหว

กล้องฟูลเฟรมนั้น ประสิทธิภาพการใช้งานนั้น จะแตกต่างกันตามแต่ละแบรนด์ครับ ซึ่งเซนเซอร์ที่ต่างกัน จะมีผลต่อความเร็วในการโฟกัสรูปเป็นอย่างมาก ถึงแม้แบรนด์ต่าง ๆ จะเซนเซอร์รุ่นใหม่ล่าสุด

แต่ความเร็ว ก็ยังขึ้นอยู่กับดีไซน์และขนาดของบอดี้อยู่ดี ถ้าชอบการถ่ายรูปที่เคลื่อนไหวนะครับ แนะนำให้เลือกรุ่นที่มีระบบโฟกัสอัตโนมัติที่รวดเร็ว และถ้าเป็นรุ่นโฟกัสช้า จะสามารถถ่ายรูปวิวได้ดีครับ

ให้ความสำคัญกับชนิดของเมาท์ในชุดเลนส์

กล้องฟูลเฟรมนี้ สามารถซื้อแบบบอดี้เท่านั้น หรือจะซื้อกับดเลนส์ (Lens Kit) ก็ได้นะ ถ้าเพื่อน ๆ มีเลนส์อยู่แล้ว อาจจะซื้อแต่กล้อง แล้วเอามาใช้กับเลนส์ที่มีก็ได้ ประหยัดค่าเลนส์ไปด้วย เพราะซื้อแต่กล้องอย่างเดียวนั่นเองครับ

ระบบป้องกันละอองน้ำและฝุ่นละออง

ในการออกถ่ายภาพกลางแจ้ง เพื่อน ๆ ควรเลือกซื้อกล้องง ที่สามารถกันละอองน้ำ และฝุ่นละอองด้วย ตามปกตินั้น กล้อง Full Frame จะออกแบบมาสำหรับมืออาชีพ จึงมีความทนทานกว่ากล้องธรรมดาทั่วไปอยู่แล้ว

ยิ่งรุ่นที่เหมาะสำหรับมืออาชีพ ก็จะยิ่งแข็งแรงมาก ๆ สามารถรองรับการกดชัตเตอร์ได้ในจำนวนหลายหมื่นครั้งเลยทีเดียว เหมาะสำหรับการถ่ายภาพที่ต้องลุย ๆ ไม่ต้องห่วงเลยความทนทานเลยครับ

โหมดถ่ายภาพตอนกลางคืนและระบบ Wi-Fi

ถ้าเพื่อน ๆ ชื่นชอบการถ่ายรูปตอนกลางคืน อย่าลืมดูค่า ISO หรือค่าความไวแสงด้วยนะครับ เพราะว่า ยิ่งมีค่า ISO สูง ก็จะยิ่งสามารถถ่ายรูปตอนกลางคืนได้ดีขึ้น อีกทั้ง กล้องในสมัย นี้ยังรองรับระบบ Wi-Fi ได้ด้วย

ทำให้เกิดความสะดวกสบาย และส่งรูปภาพไปยัง Smart Phone หรือ Tablet ได้ทันทีหลังถ่ายภาพเสร็จ ช่วยให้เกิดความสะดวกรวดเร็วมาก ๆ ครับ

สรุป

และทั้งนี้ คือวิธีการเลือกกล้อง Full Frame และ 10 อันดับ กล้องฟูลเฟรม ยี่ห้อไหนดี ครับ ข้อมูลที่ผมนำมาฝาก เพื่อน ๆ สามารถเทคนิคต่าง ๆ นี้ ไปเลือกซื้อกล้องที่เหมาะสมกับเพื่อน ๆ ได้เลย ช่วยเพื่อน ๆ ได้มากแน่ ๆ

กล้อง Full Frame นั้นมีหลากหลายรุ่นมาก ๆ ครับ ค่อย ๆ ดู ค่อย ๆ เลือกนะครับ และเมื่อได้กล้องที่ถูกใจแล้ว ก็ออกไปท่องเที่ยว ผจญภัย ตามสถานที่ที่เพื่อน ๆ ชอบ แล้วเก็บภาพความประทับใจกันอย่างสนุกสนานได้เลยครับ

Avatar

About the Author: Tangthon

สวัสดีครับ ผมตังค์ทอนครับ ยินดีต้อนรับสู่ Blog Tangthon.com นะครับ บล็อกนี้ผมตั้งใจนำเสนอบทความต่าง ๆ ที่น่าสนใจ และเป็นประโยชน์ต่อเพื่อน ๆ ครับ ไม่ว่าจะเป็น แนะนำที่พักที่ได้รับความนิยม, แนะนำสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ รวมทั้งบทความในเรื่องอื่น ๆ ที่น่าสนใจอีกหลายหัวข้อครับ อยากให้ติดตามกันนะครับ แค่แวะมาก็ดีใจแล้วครับ

You might like

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *